หน้าแรก arrow ข่าวและบทความ arrow นานาสาระ arrow พุทธศาสนิกชนร่วมถวายพระพรวันประสูติ “สมเด็จพระสังฆราช” / วัดบวรฯ เปิดปูชนียสถานสำคัญให้ชมวันประสูติ
พุทธศาสนิกชนร่วมถวายพระพรวันประสูติ “สมเด็จพระสังฆราช” / วัดบวรฯ เปิดปูชนียสถานสำคัญให้ชมวันประสูติ พิมพ์ อีเมล
เรื่องโดย ศร   
จันทร์,01 ตุลาคม 2007

    วัดบวรนิเวศวิหารเนืองแน่นไปด้วยพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงานฉลอง วันคล้ายวันประสูติ ครบ 94 พรรษา “สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก” ซึ่งพระองค์ประทานวโรกาสให้บุคคลต่างๆ เข้าเฝ้าสักการะ ด้านแพทย์เคลื่อนที่สภากาชาดไทยเปิดบริการตรวจสุขภาพประชาชน และรับบริจาคโลหิต

       วัดบวรฯ เปิดปูชนียสถานสำคัญให้ประชาชมเข้าชมและสักการบูชา 1-3 ต.ค.นี้ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ “สมเด็จพระสังฆราช” พร้อมแจกหนังสือตำนานพุทธมนต์ 5 พันเล่มฟรี

       เช้าวันนี้ (1 ต.ค.) สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จยังห้องประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วัดบวรนิเวศวิหาร ประทานวโรกาสให้บุคคลต่างๆ และประชาชนทั่วไปเข้าเฝ้าถวายสักการะ และถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ครบ 94 พรรษา ในวันที่ 3 ตุลาคม
       
       โอกาสนี้มีประชาชนเดินทางมาถวายพวงมาลัยเพื่อถวายพระพรกันอย่างคับคั่ง ซึ่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่สภากาชาดไทยได้ไปบริการตรวจสุขภาพแก่ประชาชนที่มาร่วมงาน พร้อมกับรับบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระกุศล และในเวลา 16.30 น.สมเด็จพระสังฆราชจะประทานวโรกาสให้ประชาชนและบุคคลสำคัญเข้าเฝ้าถวายพระพรอีกครั้ง
       
       สำหรับในวันที่ 2 ต.ค.เวลา 06.30 น.สมเด็จพระสังฆราชจะเสด็จทรงบาตร ณ สนามหญ้าหน้าวัดบวร เข้าเฝ้าถวายพระพร ณ ห้องประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยมหามกุฏฯ เวลา 16.30 น.เสด็จลงพระอุโบสถ ทรงรับถวายสักการะจากพระเถระนุเถระ และเวลา 17.00 น.ประทานวโรกาสให้คณะบุคคลต่างๆ เข้าเฝ้าถวายพระพร
       
       ส่วนวันที่ 3 ต.ค.เวลา 10.00 น.ทรงรับถวายพระพร ณ ตำหนักเพ็ชร วัดบวร เวลา 12.00 น.ทรงบำเพ็ญพระกุศลคล้ายวันประสูติ ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ ในการบำเพ็ญพระกุศล เวลา 17.00 น.เสด็จยังห้องประชุมของมหาวิทยาลัยมหามกุฏฯ ประทานพระวโรกาสให้คณะบุคคลต่างๆ เข้าเฝ้าถวายพระพร เวลา 20.00 น.พระภิกษุสามเณร วัดบวร เจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระกุศล
       
       นอกจากนี้ ภายในงานจะมีการแจกหนังสือตำนานพระพุทธมนต์ (เจ็ดตำนานและสิบสองตำนานพุทธมนต์) จำนวน 5,000 เล่ม ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับพิธีการทำน้ำมนต์ฉบับสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ให้กับผู้ที่มาเข้าร่วมงาน ทั้งนี้หนังสือมีจำนวนจำกัด หากเสร็จสิ้นงานนี้ไป ทางวัดจะมอบลิขสิทธิ์ให้กับทางมหาวิทยาลัยมหามกุฏฯ เป็นผู้ดูแล ซึ่งถ้าผู้ใดสนใจจัดพิมพ์ก็ติดต่อได้ตามที่กล่าวมาข้างต้น

 

       
       พระครูสังฆสิทธิกร ฝ่ายประชาสัมพันธ์งานคล้ายวันประสูติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เปิดเผยว่า สำหรับพระอาการโดยภาพรวมของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช มีพระพลานามัยแข็งแรงดี อยู่ในการดูแลของคณะแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ อย่างใกล้ชิด
       
       ส่วนกำหนดการบำเพ็ญกุศลกำหนดจัดขึ้น 3 วัน คือระหว่างวันที่ 1-3 ต.ค.นี้ที่วัดบวรนิเวศวิหาร โดยในวันที่ 1 ต.ค.นี้ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานวโรกาสให้คณะบุคคลต่างๆ เข้าเฝ้าถวายพระพร เนื่องในโอกาสคล้ายวันประสูติ ณ ห้องประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยมกุฏราชวิทยาลัย (มมร.)
       
       จากนั้นในวันที่ 2 ต.ค.เวลา 06.30 น.เสด็จทรงบาตร ณ สนามหญ้าหน้าวัดบวร เข้าเฝ้าถวายพระพร ณ ห้องประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยมหามกุฏฯ เวลา 16.30 น.เสด็จลงพระอุโบสถ ทรงรับถวายสักการะจากพระเถระนุเถระ และเวลา 17.00 น.ประทานวโรกาสให้คณะบุคคลต่างๆ เข้าเฝ้าถวายพระพร
       
       วันที่ 3 ต.ค.เวลา 10.00 น.ทรงรับถวายพระพร ณ ตำหนักเพ็ชร วัดบวร เวลา 12.00 น.ทรงบำเพ็ญพระกุศลคล้ายวันประสูติ ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ ในการบำเพ็ญพระกุศล เวลา 17.00 น.เสด็จยังห้องประชุมของมหาวิทยาลัยมหามกุฏฯ ประทานพระวโรกาสให้คณะบุคคลต่างๆ เข้าเฝ้าถวายพระพร เวลา 20.00 น.พระภิกษุสามเณร วัดบวร เจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระกุศล
       
       นอกจากนี้ ทั้ง 3 วันภายในงานจะมีการแจกหนังสือตำนานพระพุทธมนต์ (เจ็ดตำนานและสิบสองตำนานพุทธมนต์) จำนวน 5,000 เล่ม ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับพิธีการทำน้ำมนต์ฉบับสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ให้กับผู้ที่มาเข้าร่วมงาน ทั้งนี้หนังสือมีจำนวนจำกัด หากเสร็จสิ้นงานนี้ไป ทางวัดจะมอบลิขสิทธิ์ให้กับทางมหาวิทยาลัยมหามกุฏฯ เป็นผู้ดูแล ซึ่งถ้าผู้ใดสนใจจัดพิมพ์ก็ติดต่อได้ตามที่กล่าวมาข้างต้น
       
       พระครูสังฆสิทธิกร ยังกล่าวอีกว่า ตั้งแต่วันที่ 1-3 ต.ค.ระหว่างเวลา 08.30-18.00 น.ทางวัดจะเปิดปูชนียสถานสำคัญของวัดให้พุทธศาสนิกชนเข้านมัสการ ส่วนผู้ที่จะเข้าถวายพระพรสามารถรับเสด็จได้ตามวันเวลาดังกล่าว