หน้าแรก arrow ข่าวและบทความ arrow นานาสาระ arrow สำนักพระราชวังเปิดศาลาสหทัยสมาคมให้ประชาชนถวายพระพรในหลวง
สำนักพระราชวังเปิดศาลาสหทัยสมาคมให้ประชาชนถวายพระพรในหลวง พิมพ์ อีเมล
เรื่องโดย ศรศักดิ์ พูลแย้ม   
อังคาร,18 กรกฎาคม 2006
              สำนักพระราชวังเตรียมเปิดศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวังให้ประชาชนลงนามถวายพระพรและถวายความจงรักภักดีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะที่ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางไป ร.พ.ศิริราชเพื่ออธิษฐานจิตให้ทรงหายจากอาการประชวรแล้ว

              สำนักพระราชวัง แจ้งว่า ได้เตรียมเปิดศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวังให้ประชาชนลงนามถวายพระพรและถวายความจงรักภักดีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่เวลา 08.30 น.-16.30 น.ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคมเป็นต้นไป
       ส่วนบรรยากาศที่ ร.พ.ศิริราช เริ่มมีประชาชนทยอยเดินทางมาอธิษฐานขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ หายจากอาการประชวร
       เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลศิริราช เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชาชนรู้ข่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะเสด็จพระราชดำเนินเข้ารับการผ่าตัดพระปิฐิกันฐกัฐิ (กระดูกสันหลัง) ที่โรงพยาบาลศิริราช ปรากฏว่า ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมามีประชาชนจำนวนมากโทรศัพท์เข้ามาสอบถามเกี่ยวกับการถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งทางโรงพยาบาลขอความร่วมมือให้ประชาชนเดินทางมาภายหลังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระทับที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้เพื่อความสะดวกต่อประชาชนที่จะเข้ารับการรักษาพยาบาล และจะได้ไม่เป็นการรบกวนคนไข้รายอื่น
       ขณะที่สำนักพระราชวังได้ติดต่อดำเนินการกับโรงพยาบาลตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมความพร้อมในการตั้งโต๊ะถวายพระพร อย่างน้อย 6 โต๊ะ บริเวณศาลาศิริราช 100 ปี ซึ่งจะเริ่มเปิดให้ประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม เป็นต้นไป
       ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง การถวายการรักษาพระปิฐิกัณฐกัฐิ (กระดูกสันหลัง) ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ความว่า ใน พ.ศ.2538 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระอาการทรงก้าวพระบาทขวาไม่ถนัด ขณะทรงพระดำเนินเป็นครั้งคราว คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาและศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ ได้ถวายการตรวจพระวรกาย และตรวจด้วยเอกซเรย์ พบว่า พระปิฐิกัณฐกัฐิ หรือกระดูกสันหลัง ระดับบั้นพระองค์ (Lumbar Spine) มีการเปลี่ยนแปลงตามพระชนมายุ การตรวจเส้นประสาทและกล้ามเนื้อด้วยกระแสไฟฟ้า พบว่า มีการกดทับเล็กน้อยของเส้นประสาทที่แยกออกจากไขสันหลังระดับบั้นพระองค์ ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวในขณะที่ทรงพระดำเนิน คณะแพทย์ได้ถวายพระโอสถ พระอาการดีขึ้น
       ต่อมา ใน พ.ศ.2546 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระดำเนินระยะทางยาวประมาณ 200 เมตร มีพระอาการก้าวพระบาทข้างขวาไม่ถนัด คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ถวายตรวจพระวรกาย และถวายตรวจทางรังสีวิทยาคลื่นสนามแม่เหล็ก (Magnetic Resonance Imaging:MRI) และด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ใช้รังสีเอกซ์ (Computerize Tomography-CT) พบว่า ช่องทางเดินของเส้นประสาทไขสันหลังระหว่างปล้องของพระปิฐิกัณฐกัฐิ ตรงตำแหน่งดังกล่าวแคบลง (Lumbar spinal stenosis)
       ใน พ.ศ.2548 คณะแพทย์ได้ปรึกษากันและได้ถวายการตรวจอีกครั้งหนึ่ง มีความเห็นว่าควรถวายการรักษาด้วยวิธีกายภาพบำบัดก่อน หากไม่ได้ผลควรต้องพิจารณาวิธีรักษาด้วยการผ่าตัดขยายช่องทางเดินประสาท
       เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ.2549 คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลศิริราช และจากสถาบันการแพทย์อื่นได้ร่วมประชุมปรึกษากันและเห็นพ้องต้องกันว่าควรถวายการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด ในการนี้ต้องถวายพระโอสถก่อนการผ่าตัดสักระยะเวลาหนึ่ง และหลังจากการผ่าตัดจำเป็นต้องใช้เวลานานเพื่อการบริหารพระกล้ามเนื้อเพื่อเสริมสมรรถภาพ จึงเห็นสมควรถวายการผ่าตัด หลังจากงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี คณะแพทย์จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ถวายการผ่าตัดขยายช่องทางเดินประสาทของพระปิฐิกัณฐกัฐิ (Lumbar Spine) ระดับบั้นพระองค์ โดยใช้กล้องจุลทรรศน์ (Microsurgical decompression) ณ โรงพยาบาลศิริราช ในวันพฤหัสบดีที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2549 จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน สำนักพระราชวัง วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2549