หน้าแรก arrow ข่าวและบทความ arrow นานาสาระ arrow เสน่ห์แห่ง “ฉลองพระองค์” ของพระราชอาคันตุกะ
เสน่ห์แห่ง “ฉลองพระองค์” ของพระราชอาคันตุกะ พิมพ์ อีเมล
เรื่องโดย ศรศักดิ์ พูลแย้ม   
อาทิตย์,18 มิถุนายน 2006
ขอปิดฉาก เรื่องราวแห่งความปิติของชาวไทยทั้งปวง ในงานฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี   ซึ่งพระราชอาคันตุกะกว่า 23 ประเทศ ที่มาชุมนุมกันที่พระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อร่วมถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี คงเป็นภาพประทับใจเหล่าพสกนิกรชาวไทยอย่างไม่รู้ลืม ก็ได้เสด็จพระราชดำเนินกลับกันหมดแล้ว พระราชอาคันตุกะทุกพระองค์ฉลองพระองค์ได้อย่างงดงาม โดยเฉพาะ ชุดประจำชาติของแต่ละประเทศ เรามาดู"ฉลองพระองค์” ของพระราชอาคันตุกะแต่ละประเทศกันดูดีกว่า ครั้งต่อๆไปก็จะเข้าเรื่องอื่นกันบ้าง หลังจากอิ่มมากับเรื่องราวนี้แล้วประมาณ ๑ สัปดาห์ ใครมีความเห็นหรืออยากรู้-อ่านรื่องใด ก็โพสมาบอกกันได้เด้อ        เริ่มที่พระราชอาคันตุกะที่มีทั้งพระสิริโฉมงดงามและฉลองพระองค์สะดุดตา เจ้าหญิงลัลลา ซัลมา เบนนานี เจ้าหญิงพระชายาผู้เลอโฉมองค์แรกแห่งโมร็อกโก เสด็จมาพร้อมกับฉลองพระองค์หรูหรา ในชุดประจำชาติที่เรียกว่า คาฟตาน (Caftan) ซึ่งมีลักษณะเป็นฉลองพระองค์ที่ตัดเย็บจากพระภูษาชิ้นเดียว มีความกว้างถึงข้อพระกรแต่ละข้าง ความยาวคลุมพระบาท เวลาเสด็จพระราชดำเนินต้องรวบชายฉลองพระองค์ นอกจากนั้น ยังมีผ้าคาดพระองค์ประดับด้วยอัญมณี ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจยามเห็นพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปไหน ก็จะทรงรวบชายฉลองพระองค์ตลอด เพื่อให้เสด็จพระราชดำเนินโดยสะดวก
      
       ฉลองพระองค์ที่ประทับจับตาประชาชนชาวไทยอีกชุดหนึ่ง ได้แก่ฉลองพระองค์ของ องค์มกุฎราชกุมารแห่งภูฏาน เจ้าชาย จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ที่กลายเป็นเจ้าชายเนื้อหอมครองใจสาวไทยไปแล้ว ชุดแต่งกายของพระองค์ก็เป็นเอกลักษณ์ และเป็นชุดประจำชาติของผู้ชายชาวภูฏานที่เรียกว่า โกฮ์ (Gho) ใส่คลุมทับเสื้อด้านใน มีลักษณะเป็นเสื้อคลุมสั้นแค่เข่า สามารถใส่ของได้หลายอย่าง ส่วนผ้าสีเหลืองที่พระองค์ทรงใช้คลุมร่างกายในวันที่เข้าไปถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ.พระที่นั่งอนันตสมาคมนั้น เป็นผ้าพาดไหล่ที่ใช้ในการเข้าศาสนสถาน หรือสถานที่ราชการ
       ผ้าพาดไหล่ของชาวภูฏานนั้น แบ่งออกเป็นผ้าสีเหลือง สำหรับเชื้อพระวงศ์, ผ้าสีแดง สำหรับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่, ผ้าสีส้ม สำหรับรัฐมนตรี, ผ้าสีขาวขอบแดงสำหรับข้าราชการทั่วไป และผ้าสีขาว ใช้สำหรับประชาชนทั่วไป ชาวภูฏานรักสงบ และชาตินิยมมาก จึงไม่น่าแปลกใจที่เราได้เห็นพระองค์และราชองครักษ์ของพระองค์แต่งกายในลักษณะเดียวกัน
              ด้านพระราชอาคันตุกะจากฝั่งประเทศอาหรับทุกพระองค์ ทรงฉลองพระองค์ในชุดประจำชาติอันสะดุดตา อย่างเช่น ฉลองพระองค์ของเจ้าชายเซยิด ซีฮาบ บิน ตาริก ตัยมูร อัล-ซาอิด ที่ปรึกษาในสุลต่านแห่งโอมาน ในชุดฉลองพระองค์เป็นชุดคลุมสีดำเข้ม โพกพระเศียรด้วยผ้าพิมพ์ลายสีดำ
       เนื่องจากสภาพอากาศของประเทศโอมานแห้งแล้งและเป็นทะเลทราย เสื้อผ้าที่สวมใส่จึงต้องเป็นสิ่งปกป้องผิวได้เป็นอย่างดี ชุดประจำชาติของชายชาวโอมานนั้นเสื้อเชิ้ตตัวยาวไม่มีปก ที่เรียกว่า ดิชฮ์ดาชา และมีพู่ติดประดับด้านบนของตัวเสื้อ ส่วนด้านในนิยมสวมเสื้อชั้นนอกที่เรียกว่าวีซาร์ คล้ายเสื้อนอกของทหารใส่ไว้ด้านใน ส่วนพระเศียรนั้นจะเป็นผ้าโพกพิมพ์ลาย ที่ชาวโอมานเรียกว่า แมสซา สำหรับชุดดิชฮ์ดาชาสีขาวนั้น เป็นชุดของข้าราชการสวมใส่ในวันทำงาน ส่วนชุดสีเข้มจะนิยมสวมใส่ในยามที่อากาศเย็นลง
              นอกจากนั้น ฉลองพระองค์ของ เอเมียร์ ซีค อาหมัด บิน คาลิฟา อัล ทานี แห่งประเทศกาตาร์ และ พระราชชายา ก็เป็นฉลองพระองค์ที่หรูหราด้วยงานออกแบบสไตล์อาหรับ ที่ยังคงเอกลักษณ์ของผ้าโพกพระเศียร และผ้าคลุม
      
       สำหรับชุดฉลองพระองค์ของผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน ยัง ดิเปอตวน อากง ตวนกู ไซยิด ซีราจุดดิน อิบน์ อัล มาร์ฮูม ไซยิด ปุตตรา จามาลุลลาอิล สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซีย ที่ทรงฉลองพระองค์อย่างเต็มยศ ด้วยผ้าโพกพระเศียร และพระภูษาทรง มีลักษณะคล้ายโสร่งสั้นครึ่งเข่า อันเป็นต้นตำรับของชุดประจำชาติมาเลเซีย
      
       ปิดท้ายด้วยฉลองพระองค์ของกษัตริย์แห่งบรูไน สมเด็จพระราชาธิบดีฮัจญี ฮัสซานัล โบเกียห์ มูห์อิซซัดดิน วัลดอลละห์ และพระราชินี ที่ทรงฉลองพระองค์ด้วยชุดประจำชาติตามตำหรับของชาวมุสลิม พระราชินีฉลองพระองค์ด้วยชาดอร์ ผ้าคลุมพระเศียร และพระราชาธิบดีฉลองพระองค์ในชุดประจำกษัตริย์และยังทรงพระมาลาของมุสลิม
      
       ชุดฉลองพระองค์ของประมุขแต่ละประเทศนั้นล้วนงดงาม และอบอวลไปด้วยเสน่ห์ของแต่ละประเทศ รวมถึงเครื่องประดับที่แต่ละพระองค์ทรงนั้นขับประกายจับตายามที่ได้ยล...