หน้าแรก arrow ข่าวและบทความ arrow นานาสาระ arrow ภาพถ่ายโดยพระบรมราชานุญาต ฝีมือ 2 ช่างภาพแห่งวังหลวง
ภาพถ่ายโดยพระบรมราชานุญาต ฝีมือ 2 ช่างภาพแห่งวังหลวง พิมพ์ อีเมล
เรื่องโดย ศรศักดิ์ พูลแย้ม   
เสาร์,06 พฤษภาคม 2006
   แกลเลอรี่ TON PEEK ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่รู้จักกันดีในฐานะแกลเลอรี่จำหน่ายภาพถ่ายในช่วง ค.ศ 19 – 20       
       ในจำนวนภาพถ่ายทั้งหมดที่ TON PEEK เจ้าของแกลเลอรี่มีครอบครองอยู่นั้นเกือบ 50 ภาพ เป็นภาพถ่ายจากประเทศไทย ซึ่งถ่ายโดย ฟรันซิศ จิต และ วิลเลียม เคนเนท ลอฟตุส ผู้เป็นช่างภาพวังหลวง สมัยรัชกาลที่ 4 และ 5  และภาพเกือบทั้งหมดจะถูกนำมาจัดแสดงที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 23 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2549 ณ โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ ในนิทรรศการ “ภาพถ่ายโดยพระบรมราชานุญาต รัชสมัยรัชกาลที่ 4 และ รัชกาลที่ 5
      

       ภาพเหล่านั้นได้มาจากการประมูลที่ประเทศฝรั่งเศส และมีการสันนิษฐานกันว่าน่าจะมาจากรัสเซียอีกทอดหนึ่งเพราะด้านหลังภาพมีลายมือเป็นภาษารัสเซียปรากฏอยู่ด้วย และภาพเกือบทั้งหมดจะถูกนำมาจัดแสดงที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 23 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2549 ณ โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ ในนิทรรศการ “ภาพถ่ายโดยพระบรมราชานุญาต รัชสมัยรัชกาลที่ 4 และ รัชกาลที่ 5”  เหตุผลของการนำภาพถ่าย( อันถือได้ว่าเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของประเทศไทย) มาแสดงให้คนไทยได้ชม อันเนื่องมาจากเมื่อ TON PEEK ทราบข่าวว่า ปี พ.ศ. 2549 นี้ หลายหน่วยงานหลายองค์กรของประเทศไทยจะมีการฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เขาจึงได้บินมาเมืองไทย และนำภาพถ่ายไปเสนอตามที่ต่างๆ เผื่อว่าจะมีผู้สนใจนำไปจัดนิทรรศการ       
       “เขามาที่ประเทศไทย เข้าใจว่าตระเวนไปพบคนหลายคน เพื่อจะไปฟังคอนเซ็บต์ว่า แต่ละที่จะจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของในหลวงออกมาในลักษณะไหน ซึ่งน่าจะเป็นโรงแรมหลายที่ๆ แล้วเขาก็ไปเสนอว่า เขามีภาพพวกนี้ ใครจะเอาไปทำอะไรได้บ้าง และเขามาเสนอที่เราด้วย ปรากฏว่าในที่สุดเขาก็เลือกเรา” วรรณภา รักษ์แก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์และการสื่อสาร โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ บอกเล่า
      
       เมื่อการทำงานในส่วนที่ต้องมีการบรรยายเรื่องราวและเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในแต่ละภาพ ต้องพึ่งพาผู้รู้จริงเท่านั้น ขณะที่เจ้าของภาพ อย่าง TON PEEK เองก็ไม่มีความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ของไทย ในที่สุดโต้โผหลักอย่างคอนราด ก็ได้เชิญ ท่านผู้หญิงบุตรตรี วีระไวทยะ รองราชเลขาธิการ มาเป็นผู้บรรยายภาพให้ พร้อมกับเป็นประธานการจัดงานกิตติมศักดิ์

ท่านผู้หญิงบุตรตรี วีระไวทยะ 


       ภายหลังจากศึกษาข้อมูลโดยละเอียดเพื่อมาใช้บรรยายภาพถ่าย ท่านผู้หญิงเองได้ให้ความรู้ว่า       
       “พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้ทรงเป็นปราชญ์ ทรงมีวิสัยทัศน์กว้างไกลว่า นานาประเทศจะทราบเรื่องราวเกี่ยวกับสยามประเทศได้จากภาพถ่าย จึงโปรดให้มีการแต่งตั้งช่างภาพในพระราชสำนักขึ้นเป็นครั้งแรก และพระราชทานภาพถ่ายของประเทศสยามในด้านต่างๆ เช่น พระบรมฉายาลักษณ์ พระราชพิธีต่างๆ รูปภาพภูมิประเทศ และสถาปัตยกรรม รวมทั้งความเจริญเกล้าหน้าในด้านต่างๆ       
       บางครั้งยังทรงพระหัตถ์เลขาเป็นเสมือนการรายงานข่าวไปยังสื่อสิ่งพิมพ์ต่างประเทศเพื่อตีพิมพ์เป็นภาพข่าว หรือที่ปัจจุบันเรียกว่า “ประชาสัมพันธ์” แม้จะไม่ทรงเคยประพาสต่างประเทศ แต่สามารถทำให้ต่างชาติรู้จักสยามประเทศได้เป็นอย่างดี ด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอันทันสมัยในขณะนั้น คือการถ่ายภาพ”
      
       จากคอลเลกชั่นที่มีทั้งหมด 50 ภาพ ท่านผู้หญิงได้ร่วมกับ TON PEEK เลือกมาได้ 40 ภาพ เพราะภาพที่เหลือท่านผู้หญิงไม่สามารถให้คำบรรยายได้  “ขณะเดียวกันท่านก็ไม่เห็นด้วยที่จะนำภาพที่ไม่มีคำบรรยายออกแสดง เพราะคิดว่าไม่เหมาะสม” พีอาร์สาวอธิบาย       
       นอกจากนิทรรศการภาพถ่ายที่จะมีขึ้น คณะผู้จัดยังได้คัดเลือก 10 ภาพ นำมาพิมพ์เป็นโปสการ์ดจำนวนจำกัดเพียง 2,400 ชุด จำหน่ายในราคาชุดละ 500 บาทและ 999 บาท สำหรับชุดที่มีหมายเลขสวย
      
       โดยเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2549 (ณ โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ โทร.0-2690-9999 ) และจะนำรายได้จากการจำหน่ายทั้งหมด ทูลเกล้าฯถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยเสด็จพระราชกุศลมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า       
       ตัวอย่าง 2 ภาพที่ถูกคัดเลือกมาพิมพ์ เช่นภาพ ฉาย ณ เกย พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีโสกันต์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร พระองค์แรกของสยามประเทศ เมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2433
      
       และ ภาพมุมสูงในวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2429 ซึ่งเป็นวันที่ 4 ของการพระราชพิธีมหาพิไชยมงคลลงสรงสนานรับพระปรมาภิไธย ในสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าพระราชกุมารพระองค์ใหญ่(สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ) ฯลฯ


       
       การพิมพ์โปสการ์ด มี บริษัท ดับเบิ้ล เอ เป็นผู้สนับสนุนด้านกระดาษ พร้อมได้มอบหมายให้ 1759 Double A Print Express ทีมงานผู้ควบคุมการพิมพ์ ใช้เทคนิคพิมพ์ภาพให้ใกล้เคียงชิ้นงานจริงและออกโทนสีซีเปีย เพื่อให้ภาพดูงดงาม
      
       ก่อนที่วันเปิดนิทรรศการจะเริ่มขึ้นในวันที่ 23 มิถุนายน 2549 เวลา 16.00 น. TON PEEK เจ้าของภาพ จะเดินทางมาถึงประเทศไทยในวันที่ 19 มิถุนายน 2549       
       วรรณภา ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า เธอเองได้พยายามติดต่อไปตามบรรดาคอลเลกเตอร์กระเป๋าหนักเหมือนกันว่ามีใครสนใจที่จะซื้อภาพถ่ายทั้งหมดหรือบางภาพกลับคืนมาไว้ที่ประเทศไทยหรือไม่ เพราะมีอยู่ 7 ภาพที่ อาจารย์พิพัฒน์ พงศ์ระพีพร ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ภาพมุมกว้างกรุงเทพมหานคร

และนักวิชาการที่ทำการศึกษาภาพถ่ายสมัยโบราณในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะผลงานของ ฟรันซิศ จิต ลงความเห็นว่า ไม่มีปรากฏอยู่ในประเทศไทยและหอสมุดแห่งชาติอย่างแน่นอน       
       “เป็นการติดต่อหลังฉาก ดูว่าใครจะสามารถซื้อกลับมาประเทศไทยได้ เจ้าของภาพเขาไม่ได้ประกาศขาย แต่เขาเองก็เต็มใจจะขายถ้ามีคนจะซื้อ”
      
       เมื่อเธอติดต่อไปปรากฏว่ามีผู้สนใจเหมือนกัน แต่มีหลายคนบอกตรงกันว่าถ้าหากจะซื้อ อยากซื้อเก็บเป็นสมบัติส่วนตัวมากกว่า       
       “ถ้าคุณกลับมาหาผม คุณอยากจะขอดูภาพโน้นภาพนี้ ผมสามารถจะหยิบเอามาให้คุณดูได้ แต่ถ้าภาพนี้ตกเป็นของหอสมุดแห่งชาติ คุณอยากจะดูยังไงคุณก็ไม่ได้ดู และคนที่อยากจะศึกษาก็ไม่ได้ศึกษามันจะอยู่ในหอสมุดอย่างนั้น” ตัวอย่างความเห็นของบรรดาคอลเลกเตอร์ ที่ตอบกลับมาหลังจากได้รับการติดต่อ       
       ซึ่งการที่เหล่าคอลเลกเตอร์มีความเห็นเช่นนั้น คงเพราะมีความรู้สึกว่า บางหน่วยงานที่มีหน้าที่เก็บรักษาประวัติศาสตร์ของประเทศ บางครั้งก็เป็นการยากเหลือเกินที่ประชาชนจะสามารถไปขอใช้บริการได้โดยง่าย       
       
       รู้จัก ... ฟรันซิศ จิต และ วิลเลียม เคนเนท ลอฟตุส
       
       ผลงานของ ฟรันซิศ จิต มีความโดดเด่นทั้งในเรื่องฝีมือเชิงช่างและด้านสุนทรียภาพ ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายบุคคลหรือภาพสถานที่สำคัญในประเทศไทย       
       เขาเป็นคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก มีบ้านอยู่แถบวัดซางตาครู้ส จึงเป็นที่มาของชื่อ “ฟรันซิศ” เมื่อมารับราชการเป็นช่างถ่ายรูปหลวง ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เป็น “ขุนสุนทรสารทิสลักษณ์” แปลว่า “ช่างทำรูปภาพอย่างดี” ซึ่งเป็นคนแรกที่ได้รับบรรดาศักดิ์และราชทินนามนี้ ก่อนจะได้รับพระราชทานเลื่อนบรรดาศักดิ์และตำแหน่งเป็น “ หลวงอัคนีนฤมิตร เจ้ากรมหุงลมประทีป”       
       ในพ.ศ. 2406 ได้ตั้งสตูดิโอถ่ายรูป ขึ้นเป็นร้านแรกของประเทศไทย ภาพถ่ายของร้าน จะมีตราสัญลักษณ์แบบต่างๆ ได้แก่ ขุนสุนทรสาทิสลักษณ์ หรือ FRANCIS CHIT BANGKOK หรือ KHOON SOONDR SADIS LACKS By Appointment Photographer to H.M. The Supreme King of Siam Bangkok หรือ KHOON SOONDR SADIS LACKS อยู่ด้านหลัง
      
       ฟรันซิศ จิต ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2434 มีอายุ 61 ปี
      
       ด้านประวัติของ วิลเลียม เคนเนท ลอฟตุส มีปรากฏน้อยมาก ทราบแต่ว่าหลังจากหลวงอัคนีนฤมิตร หรือ ฟรันซิศ จิต ถึงแก่กรรม รัชกาลที่ 5ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เข้ามารับจ้างถ่ายรูปในเมืองไทยซึ่งเป็นช่วงที่การถ่ายภาพแพร่หลายมากแล้ว
      
       ผลงานส่วนใหญ่ของลอฟตุสจะเป็นสถานที่สำคัญ และใช้เทคนิคถ่ายภาพให้ดูโรแมนติก ข้างหลังภาพมีตราแผ่นดินของรัชกาลที่ 5 มีอักษรไขว้ WKL เหนือคำว่า By Appointment หมายถึงได้รับพระบรมราชานุญาตให้ถ่ายรูป