หน้าแรก arrow ข่าวและบทความ arrow นาคาคาบข่าว arrow ดื่มแบบดาว ดื่มแบบ ดิมิทรี เลซินสกา
ดื่มแบบดาว ดื่มแบบ ดิมิทรี เลซินสกา พิมพ์ อีเมล
เรื่องโดย Tom   
จันทร์,12 เมษายน 2010

สุดยอดมิกโซโลจิสต์ ผู้ที่เคยสร้างสรรค์ค็อกเทลเก๋ไก๋ให้กับงานใหญ่อย่างเทศกาลหนังเมืองคานส์ และงานพรี-ออสการ์ ปาร์ตี้ เพิ่งจะเดินทางมาเยือนเมืองไทย

หลายครั้งที่ผู้เขียนเคยจินตนาการถึงภาพชีวิตหรูหราฟู่ฟ่าของเหล่าดาราบนฟากฟ้าฮอลลีวูด จินตนาการว่า พวกเขาจะกินอยู่หลับนอนใช้ชีวิตอย่างไร และ ดิมิทรี เลซินสกา ก็ทำให้เราได้มองเห็นภาพนั้นได้ชัดเจนขึ้น

สุดยอดมิกโซโลจิสต์ ผู้ที่เคยสร้างสรรค์ค็อกเทลเก๋ไก๋ให้กับงานใหญ่อย่างเทศกาลหนังเมืองคานส์ และงานพรี-ออสการ์ปาร์ตี้ เพิ่งจะเดินทางมาเยือนเมืองไทย เพื่อบอกเล่าถึงประสบการณ์การทำงานและศิลปะแห่งค็อกเทล

 

ดิมิทรี เลซินสกา

 

ที่ผ่านมา ดิมิทรี เลซินสกา ทำให้ดาราระดับแนวหน้าติดอกติดใจชื่นชอบเครื่องดื่มที่เขาคิดค้น ไม่ว่าจะ มาดอนนา เอลตัน จอห์น เจนนิเฟอร์ อนิสตัน เซียนนา มิลเลอร์ เจนนิเฟอร์ โลเปซ เจสสิกา อัลบา โรเบิร์ต แพตทินสัน ฯลฯ พวกเขาต่างเคยลองชิมค็อกเทลของผู้ชายคนนี้มาแล้วทั้งนั้น

จากเชฟมาเป็นมิกโซโลจิสต์

ดิมิทรี เลซินสกา เป็นชาวฝรั่งเศส เขาเคยฝึกฝนเรียนรู้การเป็นเชฟที่บ้านเกิด ก่อนจะย้ายถิ่นฐานไปอยู่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งถูกเรียกว่าเป็นเมืองหลวงของค็อกเทล

เริ่มต้นจากความชื่นชอบชีวิตยามราตรี ต่อมา ดิมิทรี เริ่มสนใจใคร่รู้การทำงานหลังบาร์เครื่องดื่ม ด้วยความตั้งใจฝึกปรือฝีมือ บวกกับประสบการณ์ และความคิดสร้างสรรค์ที่มีอยู่ในตัวทำให้เขากลายเป็น|บาร์เทนเดอร์ที่เก่งกาจ ก่อนจะทำงานเป็นผู้จัดการบาร์ชั้นนำของอังกฤษหลายๆ แห่ง รวมทั้ง LAB ที่โด่งดังด้วย

ชื่อเสียงของหนุ่มฝรั่งเศสคนนี้ขจรขจายยิ่งขึ้นเมื่อเขาได้เป็นพิธีกรร่วมของรายการโทรทัศน์ชื่อ Cocktail Kings ดิมิทรี ถูกเลือกให้ไปดูแลเครื่องดื่มของงานสำคัญๆ รวมถึงปาร์ตี้ส่วนตัวของเหล่าคนดัง ก่อนจะได้มาทำหน้าที่โกลบอล แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของเกรย์กูซ วอดก้าพรีเมียมจากแคว้นคอนยัก ประเทศฝรั่งเศส

ตอนที่ฝึกฝนเป็นเชฟ ดิมิทรี ได้มีโอกาสทดลองและพัฒนาทักษะการผสมผสานวัตถุดิบหรือส่วนผสมหลากหลายเข้าด้วยกัน ประสบการณ์นั้นยังได้นำมาใช้กับการชงเครื่องดื่มในภายหลัง

กว่าจะเป็นค็อกเทลหนึ่งแก้ว

งานของมิกโซโลจิสต์ไม่ใช่เพียงแค่ผสมเครื่องดื่ม แต่ต้องสามารถสร้างสรรค์สูตรใหม่ๆ ขึ้นมา และการเป็นมิกโซโลจิสต์ที่ดีก็ต้องทำการค้นคว้าทดลอง เพื่อให้มีประสบการณ์มากขึ้นและค้นพบส่วนผสมที่ลงตัวใหม่ๆ ขึ้นมา ดิมิทรี บอกว่า “ต้องไม่กลัวที่จะผิดพลาด” เพราะกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ คนระดับเขาก็เคยล้มเหลว เคยทำค็อกเทลรสชาติแย่ๆ ที่ทำให้คนร้องยี้มาแล้ว

ในการคิดค้นเครื่องดื่มแก้วใหม่ๆ ขึ้นมามิกโซโลจิสต์ที่ดีต้องหาความรู้ทั้งเรื่องประวัติศาสตร์ สังคม ฯลฯ เพื่อมาสร้างเป็นแรงบันดาลใจ อย่างเช่น ค็อกเทลแก้วใหม่ล่าสุดที่ ดิมิทรี คิดไว้ว่าจะนำไปเสิร์ฟที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ใช้ชื่อว่า ลา ครัวแซตต์ (La Croisette)

ชื่อนี้ได้มาจากถนนเลียบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ในเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส อันเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลภาพยนตร์ชั้นนำของโลก จากการค้นคว้าของ ดิมิทรี เขาได้พบว่า เมื่อก่อนถนนนี้เคยใช้ชื่อ Le Boulevard de L’Imperatrice ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อมเหสีของจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 และคำว่า l’Imperatrice ในภาษาฝรั่งเศสนั้น

ยังหมายความถึง ลูกพีช และประเทศฝรั่งเศสก็มีขนมชนิดหนึ่งเรียกว่า Riz a l’Imperatrice ซึ่งทำจากเชอร์รีและวานิลลา ประวัติและเรื่องราวที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันนี้ทำให้มิกโซโลจิสต์คนดังคิดค็อกเทลตัวใหม่ซึ่งมี พีช เชอร์รี และวานิลลา เป็นส่วนผสม และเรียกว่า ลา ครัวแซตต์

ครั้งหนึ่ง ดิมิทรี เลซินสกา ถูกชวนให้ไปคิดค้นค็อกเทลสำหรับงานเปิดตัวร้านอาหารแห่งหนึ่งในฮอลลีวูด เขาจึงคิดถึงภาพยนตร์อันเป็นศาสตร์และศิลป์ที่มีภาพ สี เสียง ฯลฯ ผสมกัน จึงกลายเป็นที่มาของ เลอ ซิเนมาร์ตินี (Le Cinemartini)ค็อกเทลที่ผสมจากเกรย์กูซ วอดก้า ผสมกับเวอร์มุธ ชื่อ Noilly Ambres กับน้ำ

Verjuice รวมทั้งขิง มะนาว และน้ำเชื่อม ทั้งหมดเชกรวมกัน รินใส่แก้วใส่บิตเตอร์ลงไปหนึ่งหยดและเปลือกมะนาว

เลอ ซิเนมาร์ตินี

ค็อกเทลที่ได้นั้นมีสีสันที่สะดุดตา และในเวลาเสิร์ฟจะมาพร้อมกับชามที่มีไอพวยพุ่ง ซึ่งเกิดจากน้ำแข็งแห้งราดรดด้วยน้ำที่มีเบซิล เลมอนเชลโล วานิลลา และออริกาโนเป็นส่วนผสมทำให้มีกลิ่นหอมออกมา

เลอ ซิเนมาร์ตินี แก้วนี้จึงไม่ต่างกับภาพยนตร์ที่มีภาพ สี เสียง ฯลฯ ผสมกัน

ในปี 2008 ดิมิทรี เลซินสกา มีโอกาสได้สร้างสรรค์ค็อกเทลสำหรับงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ และแนะนำให้คนดังที่ไปร่วมงานได้รู้จักกับ ลา ปาล์ม เดอ คานส์ 08 (La Palme de Cannes 08)ซึ่งได้ชื่อมาจากรางวัลสูงสุดในเทศกาลภาพยนตร์แห่งนี้

แก้วนี้ผสมจากเกรย์กูซ วอดก้า น้ำเชื่อมแซฟฟรอน (สูตรเฉพาะของ ดิมิทรี ทำโดยต้มน้ำครึ่งลิตร ใส่น้ำตาลหนึ่งกิโลกรัม และแซฟฟรอนลงไป) สตรอเบอร์รีสดบ เสาวรส และดอกไม้ (ที่รับประทานได้) ส่วนผสมทั้งหมดนำมาเชกกับน้ำแข็งก่อนรินใส่แก้วและตกแต่งด้วยดอกไม้ เป็นค็อกเทลสีหวานที่มีความเป็น “ผู้หญิง” มากมาย

อีกหนึ่งแก้วที่ ดิมิทรี เลซินสกา ภูมิใจนำเสนอคือ สตาร์สตรัก กูซ (Starsttruck Goose) ผสมจากเกรย์กูซกลิ่นส้ม น้ำขิง น้ำเกรฟฟรุต และน้ำเชื่อมสตรอเบอร์รี โดยนำส่วนผสมทั้งหมดเชกกับน้ำแข็ง รินใส่แก้วฟลุตและตกแต่งด้วยการพ่นแอบซินธ์

สูตรนี้ ดิมิทรี ต้องการบอกว่า การตกแต่งแก้วค็อกเทลนั้นไม่จำเป็นต้องสัมผัสด้วยตา แต่สามารถเป็นกลิ่นที่สัมผัสได้ด้วยจมูกอีกด้วย

อาจจะค้นคว้าคิดค้นเครื่องดื่มอันน่าตะลึงมาแล้วมากมาย แต่สำหรับตัว ดิมิทรี เลซินสกา เองแล้ว เครื่องดื่มแก้วโปรดของเขานั้นง่ายมาก แค่เกรย์กูซ ดรายมาร์ตินี แต่งด้วยผลมะกอกกับอัลมอนด์ก็พอ 

เคล็ดไม่ลับ ค็อกเทล

การจะชงเครื่องดื่มค็อกเทลสักแก้ว ดิมิทรี บอกว่า สิ่งสำคัญคือ ต้องเลือกส่วนผสมที่ดีที่สุด แพงที่สุด สำหรับน้ำแข็งที่ใครๆ ไม่ใคร่สนใจเรื่องคุณภาพนัก เขาบอกว่า ต้องใส่ใจ เพราะว่าน้ำแข็งไม่สะอาดจะทำให้ค็อกเทลรสชาติผิดเพี้ยน

จากการเดินทางไปทั่วโลกมิกโซโลจิสต์ผู้นี้ก็พบว่า คนแต่ละภูมิภาคนั้นชอบค็อกเทลที่รสแปลกต่างกันออกไป เช่น คนอาร์เจนตินาชอบขม เม็กซิโกชอบหวานและสไปซี ญี่ปุ่นชอบเบาๆ หวานๆ จีนชอบหวานเปรี้ยว เป็นต้น สำหรับคนไทย ดิมิทรี อนุมานจากอาหารของชาติเราแล้วเห็นว่า น่าจะชอบสไปซีหรือเผ็ด!!!

กับการดื่มค็อกเทลแต่ละแก้ว ไม่ต่างกับการดื่มไวน์ในความคิดของ ดิมิทรี คือ อย่างแรกต้องสัมผัสด้วยตาคือ ดูสีสัน จากนั้นทดลองดมด้วยจมูก ก่อนจะชิมโดยให้เครื่องดื่มได้สัมผัสกับพื้นที่ทั่วทั้งปาก และดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบด้านไปพร้อมกันเพื่อให้เกิดเป็นช่วงเวลาประทับใจ

ส่วนหน้าที่ของมิกโซโลจิสต์ในความคิดของเขาคือ การสร้างสรรค์รสชาติ ซึ่งไม่ได้หมายความว่า ต้องใส่แอลกอฮอล์หนักๆ มากๆ แต่เน้นแบบ less is more ดิมิทรี บอกว่า “ผมไม่ดีใจที่เห็นคนดื่มค็อกเทลของผมแล้วเมา ผมไม่ได้อยากให้คนดื่มมากขึ้น แต่อยากให้ดื่มแบบดีขึ้น และดื่มอย่างรับผิดชอบ”

แต่ละแก้วที่ดื่มก็ให้ดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบด้านไปพร้อมกัน นั่นคือ ศิลปินแห่งค็อกเทลที่ ดิมิทรี เลซินสกา อยากบอกต่อ