หน้าแรก arrow ข่าวและบทความ arrow มงคลแห่งชีวิต arrow เคล็ดลับดับไฟทุกข์ยุค2010
เคล็ดลับดับไฟทุกข์ยุค2010 พิมพ์ อีเมล
เรื่องโดย ศร   
อาทิตย์,11 เมษายน 2010

ธรรมะเปรียบดั่งกุญแจไขไปสู่ประตูความสุข ก็จะทำให้มนุษย์มองเห็นปัญหา และออกมาจากห้วงแห่งความทุกข์ได้ทุกเพศทุกวัย

ใครๆ ก็มักบ่นว่ามีทุกข์ และบ่นอยู่เนืองๆ แสดงว่ามีทุกข์บ่อยม้าก-มาก แต่จะมีใครเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ถึงความทุกข์ที่มีติดตัว เพราะจะว่าไปแล้วมนุษย์ทุกผู้ต่างก็มีความทุกข์เป็นของตัวเอง ยิ่งตอนนี้สภาพบ้านเมือง สังคม สภาพอากาศยิ่งกระตุ้นให้เป็นทุกข์ได้ง่ายขึ้น และแล้วเราก็พบอีกหนึ่งหนทางดับทุกข์ ในกิจกรรมเสวนา “ธรรมะร่วมสมัย : เคล็ดลับดับไฟทุกข์ยุค 2010” ที่จัดโดย Rakluke Women และสำนักพิมพ์ more of life ในงานนี้มี 3 นักคิดนักเขียนมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในการดำเนินชีวิตที่มีธรรมะเป็นสิ่งนำทาง ผ่านเรื่องราวและข้อคิดอันทรงคุณค่าที่ถ่ายทอดอยู่ในหนังสือธรรมะร่วมสมัย

วรัตดา ภัทโรดม

 

อย่าหลงติดในคุกของทุกข์

“เหมียว-วรัตดา ภัทโรดม” เจ้าของหนังสือ “เปลี่ยนความคิดชีวิตเปลี่ยน” และอดีตนักธุรกิจเลือดร้อนที่คิดว่าชีวิตจะสมบูรณ์ได้ต่อเมื่อมีทุกสิ่งพร้อม แต่เพียงได้หยุดคิดอย่างมีสติและหยิบนำหลักธรรมะมาปรับใช้ ชีวิตของเธอก็กลับมีความสุขมากขึ้น

“พระพุทธเจ้าเคยตรัสว่า คนเราติดอยู่ในคุกของความทุกข์ หากอยากดับไฟทุกข์ได้ ต้องนำแนวทางแห่งธรรมะมาปฏิบัติ ลด ละ เลิก จากกิเลสที่ก่อให้เกิดทุกข์ตามมา โดยเฉพาะความทุกข์ในยุค 2010 เป็นยุคของการบริโภควัตถุ การใช้เงินเพื่อให้ตนพ้นทุกข์ โดยไม่พิจารณาว่าเหตุแห่งทุกข์นั้นเกิดมาจาก ความอยาก คิดว่าเอาเงินซื้อความความสุขได้ เหมือนเหมียว เมื่อก่อนมีความสุขกับการช็อปปิ้ง ได้ความสุขตอนได้ของ พอได้ของแล้วความสุขหายไปก็ต้องไปซื้ออีก ไฟพวกนี้มันไม่ได้ดับไป แต่เหมือนเราเอาอะไรไปบังไว้ แล้วทำให้เรามองไม่เห็นเฉยๆ เชื้อไฟทุกข์ก็ใหญ่ขึ้น เพราะฉะนั้นการยับยั้งชั่งใจ การเกรงกลัวต่อบาปและกรรม เป็นสิ่งที่ผู้ที่อยากพ้นทุกข์ควรระลึกถึงอยู่เสมอ ซึ่งธรรมะเป็นสิ่งร่วมสมัย ไม่แบ่งว่าต้องอายุมากค่อยมาปฏิบัติ”

หนังสือธรรมะคือกัลยาณมิตร

ทางด้าน “อรสม สุทธิสาคร” นักเขียนสารคดีอิสระที่ผันตัวเองสู่บรรณาธิการหนังสือธรรมะ ร่วมถ่ายทอดถึงแรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือแนวธรรมะ พร้อมบอกเล่าถึงประสบการณ์ดีๆ ที่มีธรรมะเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวในชีวิต

“ชอบอ่านหนังสือธรรมะอยู่แล้ว การอ่านช่วยให้ร่มเย็น ทุกครั้งเวลามีวิกฤตของชีวิตหนังสือธรรมะก็ทำให้เรารอดพ้นมาได้ตามสมควร ตอนแรกตัวเราเองก็เหมือนคนทั่วๆ ไป ที่อาจมองว่าธรรมะเป็นสิ่งแปลกปลอม จนกระทั่งเห็นความทุกข์ก็เริ่มเห็นธรรมมากขึ้น การอ่านหนังสือธรรมะ การมีกัลยาณมิตรที่ดีช่วยดูแล เชื่อว่าอย่างน้อยการได้อ่านหนังสือธรรมะจะเป็นประตูบานแรกที่ทำให้เรารู้จักของดี

ความทุกข์อยู่รอบตัว เพียงแต่เราจะหยิบความทุกข์ใดเข้ามาในชีวิต และธรรมะก็เป็นสิ่งใกล้ตัวเช่นเดียวกับความทุกข์ แต่คนมักไม่เลือกหยิบธรรมะ เพราะคิดว่ายังไม่ถึงเวลา แต่หากมองสังคมในยุค 2010 ที่เป็นสังคมบริโภค ทุกอย่างต้องรวดเร็วทันใจ ธรรมะ หรือหนทางดับทุกข์ก็สามารถนำมาใช้ได้ทันทีเช่นกัน แต่จะแก้ได้ช้า หรือเร็ว ขึ้นอยู่กับว่าจะแน่วแน่ในการปฏิบัติจริงหรือไม่ ที่สำคัญต้องเผชิญหน้ากับไฟแห่งทุกข์นั้นอย่างมีปัญญาและรู้เท่าทันสติ โดยอาศัยธรรมะเป็นเครื่องนำทาง”
 

ธรรมะเป็นยาอายุวัฒนะ

“ผาณิต บุญมาก” บรรณาธิการบริหาร สำนักพิมพ์ more of life ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการมุ่งผลิตหนังสือแนวธรรมะร่วมสมัยว่า “ธรรมะเป็นยาอายุวัฒนะ ที่จะทำให้คนมีความสุขได้อย่างยั่งยืน และสามารถประสบความสำเร็จกับชีวิตได้อย่างงดงามอีกครั้ง หนังสือธรรมะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่าน และยังส่งต่อสิ่งดีๆ เหล่านั้นไปสู่คนรอบข้างในสังคมได้ โดยเฉพาะหนังสือธรรมะยุคปัจจุบันมีความร่วมสมัย มีเรื่องราวที่ให้แง่คิดรอบด้าน ทั้งเรื่องครอบครัว เรื่องการงาน และเรื่องของความรัก ซึ่งหลายๆ คนอาจหาทางออกไม่เจอ แต่เมื่อระลึกได้ว่า ธรรมะเปรียบดั่งกุญแจไขไปสู่ประตูความสุข ก็จะทำให้มนุษย์มองเห็นปัญหา และออกมาจากห้วงแห่งความทุกข์นั้นได้ทุกเพศทุกวัย หากแต่มองธรรมะให้เป็นเรื่องใกล้ตัวอยู่เป็นนิจ”