หน้าแรก arrow ข่าวและบทความ arrow เทคโนโลยี arrow 15 ม.ค.พลาดชม "สุริยุปราคา" หนนี้ต้องรออีก 2 ปี
15 ม.ค.พลาดชม "สุริยุปราคา" หนนี้ต้องรออีก 2 ปี พิมพ์ อีเมล
เรื่องโดย Tom   
จันทร์,11 มกราคม 2010

"สุริยุปราคา" กลับมาอีกครั้ง 15 ม.ค.นี้ หากพลาดชมต้องรออีกที 2 ปีข้างหน้า ขณะทีจีน-พม่า เห็นเป็นแบบวงแหวน แต่ไทยเห็นเป็นแบบบางส่วน โดยภาคเหนือเห็นคราสบังมากที่สุด 70% ส่วนกรุงเทพฯเห็นได้ 50% ภาคใต้เห็นน้อยสุด ด้านนักวิชาการเตือนให้ดูอย่างถูกต้อง อย่ามองด้วยตาเปล่า

      ปรากฏการณ์สุริยุปราคากลับมาอีกครั้งในวันที่ 15 ม.ค.53 นี้ เป็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วน ซึ่งเกิดขึ้นในช่วง 14.00-17.00 น. โดยภาคเหนือจะเห็นคราสบังมากที่สุด โดย จ.แม่ฮ่องสอนเห็นการบดบังมากถึง 77% ส่วนกรุงเทพฯ เห็นการบดบังได้ 57.3% ขณะที่ภาคใต้เห็นการบดบังน้อยสุด จ.นราธิวาสเห็นการบดบังเพียง36%
       
       ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) กล่าวว่า สุริยุปราคาบางส่วนที่เห็นได้ในเมืองไทยนี้ เป็นส่วนหนึ่งของปรากฎสุริยุปราคาวงแหวนที่คราสพาดผ่านพม่าและจีน ทั้งนี้สุริยุปราคาวงแหวนเกิดจากขนาดปรากฏของดวงจันทร์เล็กกว่าดวงอาทิตย์
       
       "สุริยุปราคาวงแหวนเป็นสิ่งปกติของสุริยุปราคาที่เกิดในเดือน ม.ค. เนื่องจากเป็นเดือนที่ดวงอาทิตย์อยู่ใกล้โลกมากที่สุด ดังนั้นจึงเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงได้ยาก ครั้งนี้ไทยอยู่ใกล้แนวคราสวงแหวน จึงเห็นสุริยุปราคาบางส่วน ซึ่งแต่ละภาคจะเห็นการบดบังไม่เท่ากัน แต่ตลอดปรากฏการณ์สุริยุปราคาวงแหวนและสุริยุปราคาบางส่วน ไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า" ดร.ศรัณย์กล่าว
       
       พร้อมกันนี้รอง ผอ.สดร.ได้แนะนำว่าไม่ควรชมสุริยุปราคาด้วยตาเปล่า และดูด้วยอุปกรณ์ที่มีความปลอดภัย เช่น แผ่นซีดี กระจกช่างเชื่อม เบอร์ 14 แว่นตาสำหรับชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาโดยเฉพาะ หรืออาจดูทางอ้อมโดยใช้กล้องรูเข็รับภาพดวงอาทิตย์ให้ตกที่ฉาก และมีปรากฏการณ์ที่น่าติดตามระหว่างปรากฏการณ์คือรูปเงาเสี้ยวจากใบไม้
          สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เตือนคนไทยไม่ควรมองดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่า หรือมองผ่านกล้องถ่ายรูป  กล้องส่องทางไกล ที่ไม่มีการติดตั้งอุปกรณ์กรองแสง  เนื่องจากเลนส์ของกล้องต่างๆ เหล่านี้ มีคุณสมบัติในการรวมแสง การมองดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่า หรือผ่านเลนส์ที่ไม่มีการติดตั้งอุปกรณ์กรองแสง เพราะอาจเป็นอันตรายถึงขั้นตาบอดได้


           วิธีที่ปลอดภัยในการมองดูดวงอาทิตย์ในขณะเกิดสุริยุปราคา ควรใช้อุปกรณ์ช่วยในการสังเกตปรากฏการณ์ซึ่งสามารถทำได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังนี้
      อุปกรณ์ที่ใช้สังเกตทางตรง ได้แก่ 
            - กล้องโทรทรรศน์ที่ติดแผ่นกรองแสงสำหรับดูดวงอาทิตย์  
            - แว่นดูดวงอาทิตย์ หรือแผ่นกรองแสงชนิดพิเศษ(Mylar Filter, Black Polymer)
            - แผ่นดีวีดี ที่ไม่มีลวดลาย
            - กระจกช่างเชื่อมเบอร์ 14
            อย่างไรก็ตามไม่ควรมองดวงอาทิตย์นานเกินครั้งละ 5 วินาที 
      อุปกรณ์ที่ใช้สังเกตทางอ้อม ได้แก่
           - การฉายภาพดวงอาทิตย์บนฉากรับภาพจากกล้องโทรทรรศน์
           - การดูผ่านกล้องรูเข็ม 
           - การสังเกตเงาใต้ร่มไม้

            นอกจากนี้ สำหรับท่านที่ต้องการถ่ายภาพ “สุริยุปราคา” สามารถทำได้โดยถ่ายภาพผ่านแผ่นกรองแสงอาทิตย์ (Solar Filter) เพื่อลดความเข้มของแสงจากดวงอาทิตย์ อีกทั้งยังช่วยป้องกันสายตาไว้มิให้เป็นอันตรายจากแสงอันแรงกล้าของดวงอาทิตย์ และอย่าใช้กล้องส่องไปยังดวงอาทิตย์โดยตรงอย่างเด็ดขาด

           ในวันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2553 สดร. ชวนคนไทย อย่าพลาดชม ปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วนในประเทศไทย สามารถมองเห็นได้ทุกภูมิภาคของประเทศ ตั้งแต่เวลาประมาณ 14:00-17:30 น. พลาดคราวนี้ต้องรอไปอีก 2 ปี
            ท่านสามารถดาวน์โหลดเอกสารคู่มือสุริยุปราคาได้ที่นี่  http://www.narit.or.th/index.php?option=com_content&task=view&id=342&Itemid=684

  

       ด้าน รศ.บุญรักษา สุทรธรรม ผอ.สดร. กล่าวว่า เมื่อเกิดปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ คนมักให้ความสนใจ โดยสุริยุปราคาเป็นปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ที่เห็นได้ในตอนกลางวัน สังเกตง่าย และนอกจากปรากฏการณ์สุริยุปราคาแล้วยังมีปรากฏการณ์ดาราศาสตร์อื่นๆ ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและเยาวชนมากขึ้น ซึ่งจะทำให้สนใจวิทยาศาสตร์ได้ง่ายขึ้นด้วย
       
       สำหรับวันเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา ทาง สดร.ได้ร่วมกับหน่วยงานในเครือข่ายทั่วประเทศกว่า 30 หน่วยงาน จัดกิจกรรมเพือให้ประชาชน เยาวชนได้ร่วมในการสังเกตปรากฏการณ์สุริยุปราคา อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย หอดูดาวบัณฑิต จ.ฉะเชิงเทรา มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต เป็นต้น
       
       อย่างไรก็ดี ปรากฏการณ์สุริยุปราคาครั้งนี้เป็นปรากฏการณ์ครั้งเดียวในปี 2553 ซึ่งหลังจากนี้จะเกิดสุริยุปราคาบางส่วนขึ้นในเมืองไทยอีกครั้งวันที่ 20 พ.ค.55 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสุริยุปราคาวงแหวนที่คราสพาดผ่านญี่ปุ่น และในวันที่ 8 มี.ค.59 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงที่คราสพาดผ่านเกาะบอร์เนียวและเกาะสุมาตรา และไทยจะเห็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาวงแหวนในส่วนของภาคใต้วันที่ 21 พ.ค.74