หน้าแรก arrow ข่าวและบทความ arrow นานาสาระ arrow ลอยกระทงคึกคัก เศรษฐกิจไทยครึกครื้น
ลอยกระทงคึกคัก เศรษฐกิจไทยครึกครื้น พิมพ์ อีเมล
เรื่องโดย Tom   
พฤหัสบดี,29 ตุลาคม 2009
ประเพณีลอยกระทง ประเพณีดีงามในวันเพ็ญเดือนสิบสอง
       “วันเพ็ญเดือนสิบสอง” ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขสนุกสนานของคนไทยอีกช่วงหนึ่ง เพราะในวันนี้ถือเป็นวันลอยกระทง ประเพณีเก่าแก่อันดีงามของไทย เพื่อเป็นการขอขมาลาโทษต่อพระแม่คงคาที่เราได้อาศัยพึ่งพาท่านในการกินการอยู่ และขอขมาที่เราอาจให้แม่น้ำเกิดความสกปรก อีกทั้งบางความเชื่อยังบอกว่าการลอยกระทงนั้นก็เพื่อบูชาพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าที่หาดทรายริมแม่น้ำนัมมทานที บ้างก็เชื่อว่าเพื่อเป็นการลอยทุกข์โศกโรคภัย และสิ่งไม่ดีให้ออกไปจากตัว       
       ในปีนี้มีหลายแห่งด้วยกันที่มีการจัดงานลอยกระทงกันขึ้น โดยกำหนดจัดขึ้นใน 7 พื้นที่หลักทั่วประเทศเริ่มกันที่กรุงเทพมหานคร กับงาน “สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง กรุงเทพมหานคร” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 31 ต.ค.-2 พ.ย. 2552 ณ บริเวณสวนสาธารณะสะพานพระราม 8 และบริเวณแม่น้ำเเจ้าพระยา (ตั้งแต่สะพานกรุงเทพ-สะพานกรุงธน) ในปีนี้จะได้ชมความงามของขบวนเรือประดับไฟฟ้ากลางแม่น้ำเจ้าพระยาอีกเช่นเคย
เรือประดับไฟที่จะลอยอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ในงานลอยกระทง กทม.
       อีกทั้งยังจะได้สัมผัสบรรยากาศของงานลอยกระทงในแบบฉบับกรุงรัตนโกสินทร์ในเวลา 18.30-21.30 น. ณ สวนสาธารณะสะพานพระราม 8 (ฝั่งธนบุรี) อิ่มอร่อยกับอาหารนานาชนิด และดื่มด่ำกับการแสดงศิลปวัฒนธรรม บรรยากาศตลาดย้อนยุค ชมสีสันของแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืนกับสมาคมเรือไทย ที่จะตกแต่งเรือด้วยไฟฟ้าเป็นเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับเทศกาลลอยกระทง
       
       งานลอยกระทงของจังหวัดเชียงใหม่ก็เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวเสมอมา กับ “ประเพณีเดือนยี่เป็ง จังหวัดเชียงใหม่” จัดขึ้นในวันที่ 31 ต.ค.-3 พ.ย. 2552 ณ ตัวเมืองเชียงใหม่ กิจกรรมในงานจะมีการประกวดกระทง โดยกระทงที่ส่งเข้าประกวดจะจัดเป็นขบวนแห่ไปตามถนนท่าแพ ผ่านตลาดวโรรสมุ่งสู่เทศบาลนครเชียงใหม่ และนำไปลอยในลำน้ำปิงเพื่อเป็นพุทธบูชา นอกจากนั้นก็ยังมีการแสดงแสง สี เสียงแห่งลำน้ำปิง หน้าสำนักงานเทศบาลในวันที่ 1-3 พ.ย. มีการประดับเมือง ตกแต่งไฟฟ้า มีการประกวดเทพียี่เป็ง หนูน้อยยี่เป็ง ฯลฯ

ประเพณียี่เป็งเมืองเชียงใหม่ อีกหนึ่งงานลอยกระทงน่าเที่ยว
       นอกจากนั้นทั่วตัวเมืองเชียงใหม่ก็ยังมีกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การแสดงสินค้าหัตถกรรมเครื่องเงิน เครื่องเขิน ณ ถนนวัวลาย (31 ต.ค.) การแสดงสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้านล้านนา ถนนคนเดิน ณ ถนนราชดำเนิน (1 ต.ค.) พิธีเปิดงาน “ประเพณีเดือนยี่เป็ง เชียงใหม่” ณ ข่วงประตูท่าแพ ขบวนแห่โคมยี่เป็ง ครั้งที่ 18 ย่านไนท์บาซาร์ ข่วงประตูท่าแพ-ห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ชมนิทรรศการ “สืบสานตำนานโคมยี่เป็งล้านนา” ณ วัดอินทขิล ชมวัฒนธรรมชนเผ่า ๖ เผ่า ชมเขาวงกต เทศน์มหาชาติ ณ วัดเจ็ดสิน ชมประเพณีตั้งธรรมหลวง ตามขันข้าว แข่งขันโคมไฟลอดบ่วง ณ วัดโลกโมฬี สืบฮีต สานฮอย ฮอมปอย ไหว้สาพระสิริมังคลายี่เป็ง ณ พุทธสถานเชียงใหม่ การจัดลานโคมยี่เป็งล้านนาเทิดพระเกียรติฯ ณ ข่วงประตูท่าแพ และในวันที่ 2 พ.ย. ซึ่งเป็นวันลอยกระทง เชิญชมการประกวดโคมลอย และโคมลอยยักษ์ การประกวดกระทงฝีมือใบตอง ดอกไม้สด หน้าสำนักงานเทศบาล และอีกหลากหลายกิจกรรมรอให้มาสัมผัสกัน
       
       ส่วนต้นตำรับของประเพณีลอยกระทงอย่างจังหวัดสุโขทัย ก็มีการจัดงาน “ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย” ขึ้นในวันที่ 31 ต.ค.-2 พ.ย. 2552 ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย โดยในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง เรียกประเพณีลอยกระทงนี้ว่า “พิธีจองเปรียญ” หรือ “การลอยพระประทีป” และมีหลักฐานจากศิลาจารึกหลักที่ 1 กล่าวถึงงานเผาเทียนเล่นไฟว่าเป็นงานรื่นเริงที่ใหญ่ที่สุดของกรุงสุโขทัย

ลอยกระทงกันในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ที่จังหวัดสุโขทัย
       สำหรับการจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัยในปีนี้มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย เช่น การจัดประกวดกระทง การแสดง แสง เสียง เกี่ยวกับประวัติศาสตร์กรุงสุโขทัย ตลอดจนการแสดงนาฎศิลป์ และมหรสพต่างๆ โดยในช่วงเช้าเวลา 05.30 น. จะมีพิธีรับรุ่งอรุณแห่งความสุข ที่อุโบสถวัดตระพังเงิน ต่อด้วยพิธีบวงสรวงบุรพกษัตริย์สุโขทัยบริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช และขบวนอัญเชิญพระประทีบ กระทงพระราชทานแห่รอบเมืองสุโขทัย นอกจากนั้นก็ยังมีการประกวดกระทงใหญ่ การประกวดการทำกระทง โคมชักโคมแขวน และการจัดแสดงบริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ชมการละเล่นพื้นบ้านต่างๆ ที่บริเวณลานกีฬาพื้นบ้านหน้าวัดมหาธาตุ ส่วนในวันลอยกระทงจะมีพิธีอัญเชิญพระประทีป และกระทงพระราชทาน ลงลอยเป็นปฐมฤกษ์ในสระน้ำวัดสระศรี (ตระพังตะกวน) การแสดงพลุ ตะไล ไฟพะเนียง ในสระน้ำวัดสระศรี
       
       ส่วนจังหวัดตากก็มี “ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีปพันดวง จังหวัดตาก” ที่เป็นมีความงดงามเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่อื่นๆ ในปีนี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค.-4 พ.ย. 2552 ณ บริเวณเชิงสะพานตากสินมหาราชานุสรณ์ ริมแม่น้ำปิง ในวันที่ 31 ต.ค. จะมีขบวนแห่อัญเชิญพระประทีป ถ้วยพระราชทานฯ และขบวนแห่กระทงสายทุกสาย มีพิธีอัญเชิญกระทงพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์รวม ๑๐ พระองค์ ลงลอยเป็นปฐมฤกษ์ ชมการลอยประทีป 8,000 ดวง และชมพลุสวยงามตระการตา

ลอยกระทงสาย เอกลักษณ์โดดเด่นของจังหวัดตาก
       นอกจากนั้นก็ยังจะได้ชมความงดงามของการลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง ซึ่งแต่ละชุมชนต่างๆ จะมาแข่งขันการลอยกระทงสายชิงถ้วยพระราชทานฯ กัน โดยการลอยนั้นจะเริ่มจากกระทงนำที่ประดิษฐ์ตกแต่งด้วยดอกไม้ใบตองสดเย็บเป็นรูปแบบต่างๆ แล้วจึงนำมาประกอบเป็นกระทงขนาดใหญ่ จากนั้นจึงลอยกระทงกะลาจำนวน 1,000 ใบ ซึ่งตัวกระทงทำจากกะลามะพร้าว ซึ่งเป็นวัสดุเหลือใช้ที่ได้จากการประกอบอาหารคาวหวาน โดยภายในกะลาจะใส่ด้ายดิบที่ฟั่นเป็นรูปตีนกา แล้วหล่อด้วยเทียนไขสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลงจุดไฟ เมื่อลอยไปครบพันไบแล้วจึงปิดท้ายด้วยกระทงตามซึ่งมีลักษณะคล้ายกระทงนำแต่มีขนาดเล็กกว่า กระทงสายที่ลอยไปนี้จะส่องแสงวิบวับเป็นสายกลางแม่น้ำปิง เป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก
       
       มาทางภาคกลาง ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดงาน “เทศกาลลอยกระทงตามประทีป ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ” ในวันที่ 2 พ.ย. 2552 ในเวลา 16.00-01.00 น. ณ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปีนี้จัดงานลอยกระทงด้วยบรรยากาศที่จะนำทุกท่านย้อนรำลึกถึงค่ำคืนที่เต็มไปด้วยสีสันของความสุขและความประทับใจในวันวานเมื่อครั้งคุณพ่อยังหนุ่ม คุณแม่ยังสาว ท่ามกลางแสงจันทร์ในคืนวันเพ็ญ ณ คุ้งน้ำที่งดงามที่สุดแห่งเจ้าพระยา กิจกรรมภายในงานพบกับตลาดนัดวันวาน ตลาดที่จำลองบรรยากาศและสินค้าเมื่อวันวาน สนุกกับการเดินชมและเลือกซื้อของฝาก ของใช้หรือของเล่นโบราณ ตลาดโต้รุ่งริมน้ำที่จะมีอาหารคาวหวานหลากหลายชนิดที่หากินได้ยาก เช่น ข้าวเสียโป ในบรรยากาศย้อนยุค ลมพัดเย็นริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา

กระทงกะลา ที่จะใช้ลอยในกระทงสายจังหวัดตาก
       อีกทั้งยังมีลานเพลงดังเมื่อวันวาน สนุกและซาบซึ้งกับเสียงเพลงท่วงทำนองดนตรีสุนทราภรณ์ในอดีต ซุ้มการละเล่นย้อนยุคกว่า 10 คูหา ที่สร้างความสนุกสนานให้กับทุกคน เวทีร่วมสมัย ที่ให้ทุกคนสนุกสนานกับคอนเสิร์ตของฟิล์ม รัญภูมิ โตคงทรัพย์ โปงลางสะออน และบอดี้สแสม หรือโปเตโต้
       
       ในปีนี้ทางจังหวัดสมุทรสงครามก็จัดงานใหญ่ “งานประเพณีลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม” จัดขึ้นในวันที่ 2 พ.ย. 2552 ณ อุทยาน ร.2 และวัดช่องลม อำเภออัมพวา โดยจังหวัดสมุทรสงครามนี้เป็นจังหวัดที่มีแม่น้ำแม่กลองไหลผ่าน มีลำคลองกว่า 300 สาย จึงมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับสายน้ำ ผนวกกับภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ประหยัด เรียบง่าย พอเพียง จึงเกิดเป็นประเพณีลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง โดยจังหวัดสมุทรสงครามได้รื้อฟื้นประเพณีนี้ขึ้นมา โดยกระทงกาบกล้วยของที่นี่นั้นมีขั้นตอนการทำโดยนำธูปไปจุ่มในน้ำมันยางแล้วคลี่ผึ่งแดดจนแห้ง แล้วนำมาชุบด้วยเทียน กลายเป็นธูปและเทียนในอันเดียวกัน จากนั้นนำต้นกล้วยมาหั่นเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 8-10 นิ้ว ลอกออกทีละกาบ และนำธูปที่เตรียมไว้มาปักลงบนกาบกล้วย และหากใครมีฝีมือก็จะแกะสลักกาบกล้วยนั้นเป็นลวดลายที่สวยงาม ก่อนจะนำลงลอยในแม่น้ำคืนวันลอยกระทง

ลอยกระทงใกล้กรุง ที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
       นอกจากนั้นภายในงานก็ยังมีกิจกรรมการแสดงดนตรีลูกทุ่งจากโรงเรียนอัมพวันวิทยาลัย (แชมป์ออฟเดอะแชมป์รายการชิงช้าสวรรค์ประจำปี 2551) ชมการแสดงโขนเยาวชนกลุ่มยุวศิลปิน มูลนิธิ ร.2ร่วมรำวงย้อนยุค และชมนิทรรศการกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง และพิธีทอดผ้าป่าทางน้ำ รวมถึงการประกวดนางนพมาศและหนูน้อยนพมาศ
       
       ปิดท้ายงานลอยกระทงหลักทั่วไทยกันที่จังหวัดสงขลา กับงาน “เทศกาลโคมไฟ...สีสันเมืองใต้” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 1 พ.ย. 2552-28 ก.พ. 2552 ณ บริเวณสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พบกับ “9 มหัศจรรย์โคมไฟแห่งความสุข” โฉมใหม่ เริ่มจาก “โคมไฟน้ำแข็ง” ที่มีต้นตำรับจากเมืองฮาร์บิ้น สาธารณะรัฐประชาชนจีน สัมผัสความหนาวเย็นของอากาศอุณภูมิติดลบ 30 องศาเซลเซียส (เปิดให้เข้าชมวันที่ 4 ธ.ค.เป็นต้นไป) “โคมไฟ 14 จังหวัด สีสันเมืองใต้” เช่น โคมไฟผลไม้ดังเมืองใต้ โคมไฟสัตว์ขึ้นชื่อเมืองใต้ และโคมไฟอัศจรรย์วัฒนธรรมเมืองใต้ เป็นต้น “โคมไฟไทย 4 ภาค” พบกับมิติใหม่กับความคิดสร้างสรรค์โคมไฟ “มงคลชีวิต มงคลแห่งท้องถิ่น” หรือสัตว์มงคลใน 4 ภาคของประเทศไทย เช่น โคมไฟมอม โคมไฟช้างเอราวัณ 3 เศียร โคมไฟพญานาค และโคมไฟกินรี

ไปลอยกระทงกาบกล้วยกันที่จังหวัดสมุทรสงคราม
       “โคมไฟจินตนาการโลกของเด็ก” ที่มีความน่ารักของโคมไฟตัวการ์ตูนและจินตนาการอันกว้างไกล “โคมไฟนานาชาติ” ซึ่งเป็นโคมไฟดอกไม้ประจำชาติของแต่ละประเทศ “โคมไฟโลกสัตว์” โคมไฟสัตว์ที่อยู่ในโซนทวีปต่างๆ ได้แก่โซนแอฟริกา ลุ่มแม่น้ำอเมซอน และสัตว์ในแถบขั้วโลกเหนือ “โคมไฟกลางน้ำ” เป็นรูปสัตว์มงคลแห่งเทพนิยายทั่วโลก “โคมไฟ Hi Light จำลองงานเทศกาลต่างๆของประเทศไทย” เช่น งานลอยกระทง งานปีใหม่ วันเด็ก ฯลฯ และ “การประกวดโคมไฟร่วมสมัยและโคมไฟแบรนด์สินค้าต่างๆ” นอกจากนี้ก็ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลายจาก 10 มณฑลใหญ่ของประเทศจีน รวมถึงการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าต่างๆ อีกมากมาย
       
       ใครจะเลือกไปเที่ยวงานที่ไหนก็เลือกได้ตามแต่ใจ และหากต้องการสอบถามรายละเอียดก็สามารถโทรสอบถามได้ที่ ททท. Call Center 1672

หน้าตาของกระทงกาบกล้วยที่จะใช้ลอยกันที่สมุทรสงคราม
       และนอกจากการจัดงานลอยกระทงในพื้นที่หลักทั้ง 7 งานนี้แล้ว ในจังหวัดอื่นๆ ก็มีงานประเพณีลอยกระทงที่น่าสนใจเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น “งานลอยกระทงย้อนยุคแบบชาววัง” ที่จัดโดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ในวันที่ 2 พ.ย. 2552 ณ อาคารจำลองไปรษณียาคาร บริเวณเชิงสะพานพระปกเกล้า ฝั่งพระนคร ตั้งแต่เวลา 17.00-24.00 น. โดยภายในบริเวณสถานที่จัดงานซึ่งเป็นอาคารจำลองที่ทำการไปรษณีย์หลังแรกจะตกแต่งบรรยากาศและจัดกิจกรรมแบบย้อนยุค เพื่อจำลองการจัดงานลอยกระทงที่มีจุดกำเนิดเริ่มต้นจากในพระราชวังก่อนจะเป็นประเพณีนิยมของประชาชนทั่วไป เชิญเพลิดเพลินกับอาหารชาววังสำรับต่างๆ ชมการเล่นกลอนสักวา ฟังเพลงวันลอยกระทงจากคลื่นลูกใหม่สุนทราภรณ์ สาธิตและร่วมรำวงกับกรมศิลปากร และร่วมบันทึกภาพลงโปสการ์ดและแสตมป์ส่วนตัวกับดาราคนโปรด อีกทั้งผู้มาร่วมงานยังสามารถรวมดวงจิตอธิษฐานผ่านกลีบกระทงที่จัดทำขึ้นพิเศษ เพื่อขอพรพระแม่คงคาให้ช่วยขจัดปัดเป่าพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ตลอดจนสิ่งไม่ดีทั้งปวงที่เกิดกับประเทศชาติในยามนี้ให้ลอยหายไปกับสายน้ำ และทางไปรษณีย์ไทยจะนำกลีบกระทงที่ผ่านการอธิษฐานจิตประกอบขึ้นเป็นกระทงขนาดใหญ่แล้วลอยไปในแม่น้ำเจ้าพระยาด้านหน้าอาคารไปรษณียาคาร พร้อมกันนี้ขอเชิญชวนผู้มาร่วมงานได้ร่วมเขียนไปรษณียบัตรถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ให้ทรงหายจากประชวรโดยเร็วด้วย

โคมไฟน่ารักๆที่จะชมได้ที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
       ทางภาคเหนือก็ยังมีงานประเพณียี่เป็งลอยโคมที่กว๊านพะเยา “สีสันแห่งสายน้ำ...เปิดตำนานเมืองพะเยา” วันที่ 30 ต.ค.-3 พ.ย. 2552 ณ บริเวณถนนชายกว๊าน อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา พบกับกิจกรรมลานคนเดิน ที่จะเริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น. การแสดงบนเวทีกลางกลางน้ำ และปล่อยโคมไฟ จำนวนกว่าหมื่นดวงตลอดสามวัน (31 ต.ค.-1 พ.ย.) ส่วนในวันที่ 2-3 พ.ย. เชิญร่วมลอยกระทง และชมวิถีชีวิตชุมชนจังหวัดพะเยา กิจกรรมการประกวดขบวนแห่นางนพมาศ และการประกวดซุ้มประตูป่าของแต่ละชุมชน
       
       ภาคอีสาน จังหวัดนครราชสีมาจัดงาน “เทศกาลโคมไฟ ลอยกระทง 2552” วันที่ 31 ต.ค.-2 พ.ย. 2552 ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด และบริเวณคูเมือง หน้าวัดสุทธจินดา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ชมการแสดงวัฒนธรรมไทย 4 ภาค จุดพลุ การแสดงนำพุดนตรี ฉายม่านน้ำเรื่องราวโคราช การแสดงคอนเสิรต์ศิลปินลูกโคราช เช่น สุนารี ราชสีมา สีเผือก คนด่านเกวียน การประกวดนางนพมาศ ประกวด กระทงสวยงาม กระทงยักษ์ ร่วมปล่อยโคมลอย และร่วมลอยกระทง ลานแสดงเทศกาลโคมไฟ เช่น ฝูงสัตว์ ฝูงนก และเหล่าการ์ตูนขวัญใจเด็กๆ และอีกหนึ่งงานคือ “งานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2552” ในวันที่ 2 พ.ย. 2552 ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และบริเวณสวนสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ชมการประกวดกระทงสวยงาม ประกวดนางนพมาศ และนพมาศเด็ก การละเล่นพื้นเมืองโคราช การสาธิตและจำหน่ายอาหารพื้นเมือง ลอยกระทงประทีปพระราชทาน และจุดพลุ ไฟพะเนียง
       
       และด้านจังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดงาน “ประเพณีลอยกระทง เกาะสมุย” ในวันที่ 1-2 พ.ย. 2552 ณ บริเวณท่าเทียบเรือหน้าทอน ตำบลอ่างทอง บริเวณพรุเฉวง หาดเฉวง ตำบลบ่อผุด และบริเวณศาลาพ่อตา หาดละไม ตำบลมะเร็ต เกาะสมุย ภายในงานมีกิจกรรมการจัดประกวดนางนพมาศ/หนูน้อยนพมาศ การจัดประกวดกระทง การจัดขบวนแห่ของชุมชน การแสดงของนักเรียน/ชุมชน และการแสดงดนตรี/มหรสพต่างๆ
http://www.manager.co.th