หน้าแรก arrow ข่าวและบทความ arrow สุขภาพออนไลน์ arrow ต่อมลูกหมากโต...ผู้ชายทุกคนควรรู้ (ตอนที่ 1)
ต่อมลูกหมากโต...ผู้ชายทุกคนควรรู้ (ตอนที่ 1) พิมพ์ อีเมล
เรื่องโดย YUY   
ศุกร์,09 ตุลาคม 2009
     ต่อมลูกหมาก เป็นอวัยวะภายในที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบสืบพันธุ์เพศชาย อยู่รอบท่อปัสสาวะส่วนต้นบริเวณโคนอวัยวะเพศ คนมักเข้าใจผิดว่าต่อมลูกหมากคือลูกอัณฑะ แต่ที่จริงแล้ว ลูกอัณฑะมีหน้าที่สร้างอสุจิ ส่วนต่อมลูกหมากมีหน้าที่สร้างน้ำหล่อเลี้ยงอสุจิ       
       โรคต่อมลูกหมากโต พบได้ในเพศชายอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ยิ่งอายุมากขึ้นก็จะยิ่งพบได้มากขึ้น ประมาณว่าเมื่อถึงอายุ 80 ปี ผู้ชายร้อยละ 80 จะเป็นโรคต่อมลูกหมากโต สาเหตุนั้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่เชื่อกันว่าการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศชายเป็นตัวกระตุ้นให้ต่อมลูกหมากโตขึ้น
     โดยทั่วไปถึงแม้ว่าต่อมลูกหมากจะโตขึ้น แต่ส่วนมากมักไม่มีอาการ จนกว่าต่อมลูกหมากจะโตขึ้นเรื่อยๆ จนไปกดหรือเบียดท่อปัสสาวะ จึงทำให้เกิดอาการขึ้น

       อาการของโรคต่อมลูกหมากโต
       อาการของโรคเกิดจากต่อมลูกหมากโตจนไปกดท่อปัสสาวะให้แคบลง ในระยะแรก กระเพาะปัสสาวะยังแข็งแรงสามารถบีบตัวไล่ปัสสาวะออกได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป กระเพาะปัสสาวะอ่อนแรงลง ไม่สามารถบีบตัวไล่ปัสสาวะออกได้ ทำให้เกิดอาการปัสสาวะขัด อาการที่พบได้บ่อยคือ
       
       - ปัสสาวะบ่อย
       - ปัสสาวะกลางดึกมากกว่า 2 ครั้ง
       - ต้องเบ่งปัสสาวะหรือรอนานกว่าจะถ่ายปัสสาวะออกมาได้
       - ปัสสาวะสะดุดขาดตอนเป็นช่วงๆ ไหลๆ หยุดๆ
       - ปัสสาวะไม่พุ่ง ไหลช้า
       - กลั้นปัสสาวะไม่อยู่
       - รู้สึกเหมือนปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะแล้วยังปวดอีก
       - ปัสสาวะไม่ออก
       
       ปกติโรคต่อมลูกหมากโตจะไม่บั่นทอนสมรรถภาพทางเพศ อย่างไรก็ตาม อาการทางปัสสาวะที่มีปัญหารุนแรง อาจทำให้ดูคล้ายกับว่าสมรรถภาพทางเพศเสื่อมไปด้วย
       
       ที่สำคัญอีกประการก็คือ โรคต่อมลูกหมากโตไม่ใช่มะเร็งต่อมลูกหมาก และไม่กลายเป็นมะเร็ง แต่อาจพบทั้งสองโรคร่วมกันได้ในบางคน

       
       ผลแทรกซ้อนหากไม่ได้รับการรักษา
       
การที่ท่อปัสสาวะถูกกดอาจจะทำให้กระเพาะปัสสาวะบีบตัวได้ไม่ดี เกิดอาการปัสสาวะขัด ทำให้ปัสสาวะออกไม่หมด เหลือปัสสาวะบางส่วนในกระเพาะปัสสาวะ ทำให้เกิดการตกตะกอนและเกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะได้ นอกจากนี้อาจทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และอาจทำให้ไตเสื่อมหรือไตวายได้
       
       การวินิจฉัยโรค
       - แพทย์จะซักประวัติโรคทั่วไป และถามอาการของต่อมลูกหมากโต โดยอาจใช้แบบสอบถามเกี่ยวกับการขับถ่ายปัสสาวะ เพื่อประเมินความรุนแรง
       - แพทย์จะตรวจร่างกายทั่วไปและตรวจต่อมลูกหมาก เพื่อพิจารณาขนาดและลักษณะผิวนอก เพื่อแยกโรคมะเร็งต่อมลูกหมากออกจากโรคต่อมลูกหมากโต
       - ตรวจปัสสาวะว่าขัดมากน้อยแค่ไหน และดูปริมาณปัสสาวะที่เหลือค้าง ตรวจหาว่ามีเลือดหรือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะหรือไม่
       - ตรวจเลือดเพื่อประเมินการทำงานของไตและตรวจ PSA (Prostate Specific Antigen) ซึ่งเป็นสารที่ผลิตจากต่อมลูกหมาก ค่านี้จะสูงในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก
       - หากจำเป็นอาจตรวจส่องกล้อง cystoscope ตรวจ x-ray หรือตรวจ ultrasound เพื่อดูต่อมลูกหมากและกระเพาะปัสสาวะ
       
       ต่อมลูกหมากโตไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่หากเกิดอาการที่รบกวนคุณภาพชีวิต ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และรับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมสำหรับแต่ละรายไป ติดตาม “วิธีการรักษาต่อมลูกหมากโต” ในสัปดาห์หน้า

จาก ; http://www.manager.co.th/QOL