หน้าแรก arrow ข่าวและบทความ arrow มงคลแห่งชีวิต arrow Memories of His Majesty : ปฏิทินแห่งเดือนพฤษภาพิธีบรมราชาภิเษก
Memories of His Majesty : ปฏิทินแห่งเดือนพฤษภาพิธีบรมราชาภิเษก พิมพ์ อีเมล
เรื่องโดย ศร   
จันทร์,04 พฤษภาคม 2009

 

 

เมื่อปฎิทินล่วงเข้าเดือนพฤษภาคม สู่วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๒ พสกนิกรชาวไทยทั้งหลาย ต่างปิติยินดีกันทั่วทุกหัวระแหง ที่แม้ยังมิทันผ่านพ้นข้ามบรรยากาศอันสลดหดหู่ และวันอันขุ่นมัวในสังคมไทย ที่ประสบวิกฤติของชาติรุนแรง แทบไม่เหลือแผ่นดินทองให้ไทยได้ยืน ...

... เพียงแต่... มิคสัญญี เป็นได้แค่จินตนาการอันเลวร้ายของผู้ไม่จงรักภัคดี...ที่มีอยู่จริง...

พลันกลับมีเนื้อที่ผืนเล็กในหัวใจคนไทยผู้รักชาติ ศาสน์ กษัติริย์  ที่รอคอยวันเวลาถวายพระพรแด่พระราชาอันเป็นที่รักของพวกเขา ให้ทรงเป็นพระราชาคู่ประชาชาชาวไทย ตราบนานเท่านาน   เนื้อที่ผืนเล็กในหัวใจคนไทยเหล่านั้น หลอมรวมเป็นหนึ่งความภักดี นบพระบารมีเหนือเกล้า ที่ทรงคุณสุดพรรณาต่อแผ่นดิน ในช่วงเวลาแห่งการทรงงานตลอด ๖๐ ปีแห่งความเหนื่อยยากและทรงมุ่งมั่น เพื่อมหาประชาชนของพระองค์ได้เย็นศิระเพราะพระบริบาลแห่งพระองค์

 

 

สำหรับข้าพเจ้า  เมื่อสมัยยังเป็นเด็กนักเรียน   ได้เห็นภาพพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่เวียนออกอากาศตามสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ใน “วันฉัตรมงคล”

ภาพติดอยู่ในความทรงจำต่อเนื่องกันเป็นเวลาแรมปี  อีกทั้งพระราชกรณียกิจที่ทรงงานกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ เปรียบเสมือนเป็นอนูในสายเลือดรักชาติของข้าพเจ้าทีเดียว จึงมิเคยแปลกใจในความภักดีต่อพระองค์

ความรักพระมหากษัติริย์และชาติไทยนั้น ได้เกิดขึ้นเมื่อใด ?

คำตอบคงไม่ต่างกับพสกนิกรของพระองค์ที่รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ว่า... “จนกว่าชีวิตจะหาไม่”

 

 

 

พิธีบรมราชาภิเษก: วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓ 

 

 

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในรัชกาลที่ ๙ เป็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ระหว่างวันที่ -  พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓  อันเป็นพระราชพิธีในการสถาปนาขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์อย่างสมบูรณ์เพื่อเสด็จขึ้นครองราชย เป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ ๙ แห่งราชวงศ์จักรี

 

 

 

 

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับพระแสงอัษฎาวุธจากพระมหาราชครู เราจึงถือว่า วันที่ ๕ พฤษภาคมของทุกปีเป็นมงคลสมัยเป็นวันเฉลิมฉลองวันครบรอบแห่งงานพระบรมราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเรียกอย่างเป็นทางการว่าพระราชพิธีฉัตรมงคล 

 

ความทรงจำของแผ่นดิน

 

พระยุวกษัตริย์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๔๘๙ รัฐบาลในนามของประชาชนทั้งประเทศขณะนั้น ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กราบบังคมทูลฯขอพระราชทานอัญเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน  เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติสืบต่อจากพระบรมเชษฐาธราช เป็นพระมหากษัตริย์ไทยลำดับที่ ๙ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ โดยขณะนั้นทรงมีพระชนมายุเพียง ๑๙ พรรษา

เนื่องจากพระองค์ได้เสด็จกลับไปศึกษาต่อยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และได้ทรงเปลี่ยนการศึกษาจากสาขาวิทยาศาสตร์ มาเป็นวิชากฎหมายและการเมืองเพื่อเตรียมพระองค์ให้พร้อมที่จะรับพระราชภาระในการบริหารประเทศและดูแลทุกข์สุขของพสกนิกรต่อไป ครั้นเสด็จนิวัตกลับประเทศไทยในปี พ.ศ. ๒๔๙๓ ได้ประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ ต่อจากนั้นก็ได้โปรดเกล้าฯจัดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส กับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร  เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๔๙๓ และจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓ 

 

 

 

 

 

 

 

พระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร  เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๔๙๓

 

 

 

 

หลังพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส  ๒๘ เมษายน ๒๔๙๓

 

 

 

 

"ราชาเป็นสง่าแห่งแคว้น .....

 

อยู่เป็นขวัญแดนโพธิ์ทองของปวงประชา

มิ่งขวัญโพธิ์ทองผองชนทั่วหน้า

 ราษฎร์สุขาก็เพราะพระบารมี

 

ราชาเป็นทั้งมิ่งและขวัญ

ข้าอภิวันท์บังคมหวังชมศักดิ์ศรี

พระคืนมาเหล่าปวงประชาภักดี

พระปิ่นโมลีอยู่เป็นศรีไผท

 

โอ้ลมฝนบนฟ้ามาแล้ว

ร่มโพธิ์แก้วจะพาพฤกษาสดใส

ข้าวรพุทธเจ้าชาวไทย

ยกกรไหว้แก่ไทยราชา

เราน้อมเกล้าเกศีถวายภูมีนอบศิระกราน

เทิดบังคมภูบาลเอาไว้เหนือฟ้า

โพธิ์ทองของชาวไทย

อวยพรชัยให้มหาราชา

ช่วยกันเปล่งวาจา ขอทรงพระเจริญ ไชโย ..."

 

 

คำร้อง แก้ว อัจฉริยะกุล

ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน 

 

 

             

 

                

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บันทึกความทรงจำพระราชกิจทรงปฏิบัติ