หน้าแรก arrow ข่าวและบทความ arrow มงคลแห่งชีวิต arrow บวชเณรภาคฤดูร้อน...ครั้งหนึ่งในชีวิตของเด็กผู้ชาย
บวชเณรภาคฤดูร้อน...ครั้งหนึ่งในชีวิตของเด็กผู้ชาย พิมพ์ อีเมล
เรื่องโดย Tom   
พฤหัสบดี,09 เมษายน 2009

 

ต้อนรับปิดเทอมกับอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ สำหรับเด็กผู้ชายในการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทางวัดต่างๆ จัดขึ้นทั่วประเทศระหว่างที่เด็กๆ ปิดภาคเรียน อย่างเช่นวัดห้วยจระเข้ จ.นครปฐมที่เพิ่งจัดพิธีบรรพชาสามเณรจำนวน 150 รูปไปเมื่อวันจันทร์ที่6 เม.ย.ที่ผ่านมา
       
       แน่นอนว่า การจัดพิธีบรรพชาสามเณรในครั้งนี้นั้นย่อมหนีไม่พ้นที่จะต้องเกิดความชุลมุนขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ด้วยความที่พวกเขาเหล่านี้ยังเป็นเด็ก แต่กระนั้นก็ดีทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยความราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นการปลงผมโดยพระอาจารย์และพ่อแม่ ผู้ปกครองของเด็กๆ ไปจนถึงการเด็กๆจะได้ล้างเท้าพ่อแม่ และพ่อแม่ก็จะอาบน้ำให้ลูก พิธีทำขวัญ และจบลงด้วยขั้นตอนสุดท้ายคือการบรรพชาสามเณร       
       และเหนือสิ่งอื่นใดก็คือ ทั้งตัวเด็กเองและพ่อแม่ผู้ปกครองต่างก็มีความสุขที่จะเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้

      "วรินทรทิพย์ กุลสิริรัตนทัต" คุณแม่ของ ด.ช. ณัฏฐ์ชวัล กุลสิริรัตนทัต อายุ 13 ปี จาก ร.ร.บอสโกพิทักษ์ บอกด้วยความภูมิใจว่า ลูกชายทราบข่าวเรื่องการบวชภาคฤดูร้อนจากที่โรงเรียนแล้วมาบอกว่าอยากบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับคุณตาที่กำลังจะมีงานพระราชทานเพลิงศพในไม่กี่วัน และเดือนนี้เป็นเดือนเกิดของเขาด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ลูกชายเคยบวชมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยเป็นการบวชหน้าไฟให้คุณปู่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว
       
       “ลูกเคยบอกกับพี่ว่า ถ้าทำบุญ เขาก็จะตั้งใจทำ ถ้าทำแล้วไม่ได้บุญ เขาก็ไม่อยากทำ ซึ่งตัวพี่เองก็ค่อนข้างปลื้มและภูมิใจในตัวลูกมาก พี่เชื่อว่าการที่ครอบครัวของเราเข้าวัด ทำบุญอยู่บ่อยครั้ง พร้อมกับการที่ลูกได้ยินเสียงของคุณยายสวดมนต์ทุกวันนั้นมันทำให้ลูกซึมซับสิ่งเหล่านี้ไปโดยปริยาย ซึ่งลูกเองก็เป็นคนที่เรียบร้อย เป็นเด็กดีและน่ารักอยู่แล้ว ดังนั้นการบวชของเขาในครั้งนี้พี่จึงเชื่อว่า แม้ว่าพ่อแม่จะดีใจและภูมิใจที่ได้เห็นชายผ้าเหลืองของลูก แต่คนที่ได้รับสิ่งดีๆ มากที่สุดนั้นก็คือตัวของเขาเอง เพราะจากการที่ดูตารางกิจวัตรประจำวันแล้ว เมื่อเขาเป็นเณร เขาจะได้ฝึกสมาธิ ได้สวดมนต์ เรียนพระธรรมจากพระอาจารย์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้เขาเป็นคนที่นิ่ง ไม่หลุด ไม่ว่าเขาจะอยู่ในสถานะไหนก็ตาม”วรินทรทิพย์เผย
       
       เมื่อถามว่า การบวชภาคฤดูร้อนกับการปรับตัวของเด็กๆ นั้น ยากมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะในช่วงของประเพณีเล่นน้ำสงกรานต์ที่เณรบางรูปยังคงอยากเล่นน้ำกับเพื่อนๆเหมือนในทุกๆปีที่ผ่านมา วรินทรทิพย์ให้ความเห็นว่า เณรก็คือเด็ก เด็กกับการเล่นน้ำสงกรานต์นั้นเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับตัวเองเองจะคุยกับลูกเสมอว่า หากบวชแล้วต้องรู้สถานะของตัวเองว่าสิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควร ซึ่งลูกชายก็ค่อนข้างทำหน้าที่ได้ดีทีเดียว ดังนั้น ก่อนบวชควรทำความเข้าใจกับเด็กก่อน
       
       ด้าน "สายชล ศรีทิพย์" คุณพ่อของ ด.ช.ปริทัศน์ ศรีทิพย์ วัย 11 ปี ซึ่งเป็นลูกชายเพียงคนเดียว บอกเล่าความรู้สึกด้วยน้ำตาที่เริ่มเอ่อล้นเพราะความปีติว่า มีลูกชายคนเดียวและตนเองก็เลี้ยงลูกมาตามลำพัง ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบสองคนพ่อ-ลูก ซึ่งในวันนี้ดีใจมากที่ลูกชายได้บวช
       
       “เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกจริงๆ อาจจะเป็นจังหวะและโอกาสทำให้ลูกได้บวชในขณะที่เรายังมีเรี่ยวมีแรง ยังได้เห็นเขาอยู่ภายใต้ร่มกาสาวพัสตร์ เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เขาจะได้บวชพระหรือไม่ เพราะอะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้
       
       ส่วนเหตุผลที่ลูกชายบวชนั้น สายชลเผยว่า ลูกอยากบวชเองและอยากบวชให้พ่อ ซึ่งตัวเองภูมิใจมากที่ลูกคิดอย่างนั้น โดยก่อนบวชได้คุยกับเขาก่อนว่า บวชแล้วต้องตั้งใจศึกษาหาความรู้จากพระอาจารย์ที่ถ่ายทอดและอบรมให้ และต้องอยู่ตัวเองคนเดียวให้ได้ตลอด 7-8 วันที่ใช้ชีวิตใต้ร่มบวรพระพุทธศาสนา
        

       อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพ่อแม่หลายท่านต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า การที่ลูกของได้บวชในครั้งนี้ นอกจากจะได้ใกล้ชิดพระพุทธศาสนามากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่แล้ว เขาจะได้มีวินัยและแบบแผนในการดำเนินชีวิต มีจิตที่ตั้งมั่นให้อยู่กับสมาธิ แต่สำหรับสายชลนั้น เขาให้เหตุผลและความคาดหวังเล็กๆจากลูกชายของเขาว่า “ด้วยความที่ลูกเป็นคนที่มีนิสัยค่อนข้างใจร้อน และวู่วามอยู่เสมอ พี่จึงหวังว่า การบวชในครั้งนี้จะทำให้เขาสงบมากขึ้น ใช้สติปัญญาอันเปรียบเสมือนภูมิต้านทานเมื่อเจอปัญหาเข้ามาประดัง พี่อยากให้เขาคิดก่อนตัดสินใจลงมือทำอะไรลงไป ตั้งตัวก่อนที่จะวิ่งเข้าไปเผชิญกับปัญหา”
        

       และปิดท้ายกันที่ พระสมศักดิ์ สทฺธาทิโก จากวัดบางนา ที่ให้ข้อมูลถึงโครงการบวชเณรภาคฤดูร้อนที่แต่ละวัดจัดขึ้นมาว่า ต่างมีจุดประสงค์ที่คล้ายคลึงกันในเรื่องของการที่เด็กๆ จะได้เข้าใจในเรื่องศีล สมาธิและปัญญา นอกจากนี้แล้ว ยังจะทำให้พวกเขารู้จักการฝึกระเบียบวินัยและมีความสามัคคีในเวลาเดียวกัน เพราะสามเณรทุกรูปต้องทำงานร่วมกันและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันด้วย