หน้าแรก arrow ข่าวและบทความ arrow สุขภาพออนไลน์ arrow ปวดเมื่อยเรื้อรัง...ภัยใกล้ตัวของคนทำงาน
ปวดเมื่อยเรื้อรัง...ภัยใกล้ตัวของคนทำงาน พิมพ์ อีเมล
เรื่องโดย Tom   
อังคาร,10 กุมภาพันธ์ 2009
       ไลฟ์สไตล์บของคนทำงานในปัจจุบันล้วนมีอิริยาบถอยู่ในท่าเดิมๆ เช่น ผู้บริหารก็มักจะนั่งเซ็นงาน,นั่งประชุม หนุ่มสาวออฟฟิศก็นั่งพิมพ์งานกันวันหนึ่งๆ ไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง ส่วนคุณแม่บ้านก็ใช้เวลานั่งอยู่ในรถเพื่อรับ-ส่งลูกไม่น้อยกว่า 4-5 ชั่วโมง/วัน
       

       ทุกอิริยาบถของการใช้ชีวิตประจำวันนั้น ย่อมมีผลต่อความผิดปกติของระบบโครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อ จนเป็นสาเหตุทำให้เกิด “อาการปวดเมื่อย” ตามมา
   เพ็ญพิชชากร แสนคำ นักกายภาพบำบัด จากสถาบันปรับโครงสร้างร่างกาย อริยะ (ARIYA WELLNESS CENTER) กล่าวว่า ในภาวะปกติทุกครั้งที่ร่างกายมีการเคลื่อนไหวหรือการทำงาน กล้ามเนื้อจะเป็นตัวที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหว และกำหนดทิศทางต่างๆ ตามความต้องการของจิตใจที่จะสั่งให้ทำ และในการหดตัวแต่ละครั้งกล้ามเนื้อจะต้องดึงเอาพลังงานที่สะสมอยู่มาใช้ในการเผาผลาญพลังงาน (Metabolism) ซึ่งทุกครั้งที่มีการหดตัวจะมีของเสียเกิดขึ้นคือ กรดแลคติก (Lactic acid) แต่ด้วยในกล้ามเนื้อจะมีหลอดเลือดอยู่ภายใน และมีการไหลเวียนของเลือดเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ร่างกายขับสารเสียออกมา และมีเลือดดีที่มีออกซิเจน ไปเลี้ยงเนื้อเยื่อต่างๆ ได้ รวมถึงเลี้ยงกล้ามเนื้อด้วย
       
       ตรงกันข้าม หากเป็นการทำงานที่เกิดขึ้นแบบซ้ำๆ ต่อเนื่องกันเป็นเวลาหลายชั่วโมงนานวันเข้า กล้ามเนื้อจะเริ่มหดตัวอย่างเดียว ไม่มีการคลายตัว พอนานวันเข้าก็เริ่มเป็นพังผืดแข็ง หลอดเลือดถูกบีบรัด ทำให้ไม่มีการไหลเวียน เกิดการคั่งค้างของสารเสีย จากแค่อาการปวดเมื่อยเพียงเล็กน้อยก็เริ่มเป็นมากขขึ้นจนรู้สึกไม่สบายตัว ไม่คล่องตัว ไม่สดชื่น เพลียง่าย ง่วงบ่อย หาวบ่อย หงุดหงิด หายใจไม่อิ่ม หายใจไม่คล่อง จนต้องหายากิน หรือหาที่นวดเพื่อให้ผ่อนคลาย แต่อาการเหล่านี้จะกลับมาเรื่อยๆ เพราะไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด ในบางรายถ้ามีอาการรุนแรงมากก็อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายแรงได้ โดยเฉพาะ อัมพฤกษ์อัมพาต และอาจถึงกับเสียชีวิตได้
       


       สำหรับวิธีการป้องกันนั้น นักกายภาพบำบัด แนะนำว่า ควรหลีกเลี่ยงไลฟ์สไตล์ที่ทำเป็นประจำและใช้งานร่างกายเป็นเวลานานๆ เช่น คนที่นั่งทำงานคอมพิวเตอร์หลายชั่วโมงต่อเนื่องกัน ลองปรับพฤติกรรมไม่ให้เพลินกับการทำงานมากเกินไป ประมาณครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง ควรมีการเปลี่ยนอิริยาบถลุกขึ้นยืน หรือเอามือประสานกันเหยียดขึ้นเหนือศีรษะค้างไว้สัก 5-10 วินาที เอียงตัวไปซ้าย/ขวา สัก 2-3 ครั้ง ลุกขึ้นเดินแล้วค่อยกลับมาทำงานใหม่
       
       ส่วนคนที่ชอบหิ้วกระเป๋าหนักๆ ก็ควรปรับเปลี่ยนท่าทาง ด้วยการใช้ศอกหิ้วกระเป๋าแทนการสะพายที่บ่า และสลับซ้าย/ขวาเพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อต้องทำงานหนักมากเกินไป คนที่ชอบใส่ส้นสูง ควรมีรองเท้าลำลองมาเปลี่ยนใส่เวลาอยู่ในที่ทำงาน
       แต่ถ้าลองเปลี่ยนตัวเองแล้วยังไม่ดีขึ้น ตอนกลางคืนก็อาจใช้แผ่นความร้อนประคบจะช่วยได้มากเพราะความร้อนจะทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ลดปวดได้ ที่สำคัญไม่แนะนำให้กินยา เนื่องจากไม่ใช่เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ หากยังคงมีอาการปวดอยู่ จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ควรหาเวลาไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในระบบกระดูกกล้ามเนื้อโดยตรงถึงจะดีที่สุด